คนชายขอบ ทวงสัญญา เดินหน้าปฏิรูป เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน ไม่เป็นธรรม

คนชายขอบ ทวงสัญญา เดินหน้าปฏิรูป แก้ปัญหาความเดือดร้อน ชาวเล ไทยพลัดถิ่น มูลนิธิชุมชนไท มชท chumchonthai

21 กรกฎาคม 2557 คนชายขอบ ทวงสัญญา เดินหน้าปฏิรูป เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน ไม่เป็นธรรม โดยคนไทยพลัดถิ่นได้ยื่นหนังสือเร่งกระบวนการคืนสัญชาติไทย แบบเบ็ดเสร็จ ( One  Stop  Service ) ณ กระทรวงมหาดไทย และชาวเลยื่นหนังสือเร่งแก้ปัญหาที่ดิน วิถีชีวิตวัฒนธรรม ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กับกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีข้อเท็จจริง คือ 

ข้อเท็จจริงของคนไทยพลัดถิ่น

  • ปัญหาของคนไทยพลัดถิ่นในปัจจุบัน การไม่มีบัตรประชาชน    ไม่มีสิทธิขั้นพื้นฐานใดๆ   ไม่มีสิทธิแจ้งเกิด แจ้งตาย   เดินทางไปทำงานนอกพื้นที่จะถูกจับ ถูกรีดไถ    สมัครทำงานในระบบไม่ได้   เป็นได้เพียงผู้ใช้แรงงาน รับจ้าง   มักถูกเบี้ยวค่าแรง   ถูกเอาเปรียบ ถูกข่มขู่คุกคาม    ไม่มีสิทธิแจ้งความ    เด็กส่วนใหญ่ขาดโอกาสในการศึกษา    ไม่มีสิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ต้องฝากในนามคนอื่นและมักจะถูกโกง    เช่น การซี้อรถ ซื้อบ้าน  ฯลฯ
  • การละเลยไม่แก้ปัญหาส่งผลต่อความสงบมั่นคง ความล่าช้าในการคืนสัญชาติไทยให้ คนไทยพลัดถิ่น  เป็น ความอยุติธรรม ต่อคนไทยพลัดถิ่น    ทำให้สูญเสียโอกาสพัฒนาชีวิตที่ดี   (  นักวิชาการระบุ ; หลังจากกฎหมายสัญชาติฉบับที่ 5 ประกาศใช้  ถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนไทยแล้ว  )    ที่สำคัญส่งผลต่อ ความสงบมั่นคงของสังคม  เพราะการถูกเอาเปรียบ  รีดไถ  จนมีทัศนะเป็นลบกับสังคม   มีโอกาสที่ผู้ไม่หวังดีจะชักชวนเยาวชน ไปในทางที่ผิด  -ก่อความรุนแรง - แก้แค้นสังคมได้
  • ตาม พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ 5  ระบุว่า “คนไทยพลัดถิ่น ” หมายความว่า ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่นโดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีต    และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย      โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมาย หรือ   เป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
  • อาศัยใน   6  จังหวัด คือ  พังงา   ระนอง  ชุมพร  ประจวบฯ ตราด และ ตาก  มีทั้ง ไทยพุทธ  และ ไทยมุสลิม
  • จำนวนที่กรมการปกครองขึ้นทะเบียน  18,309  คน  / นักวิชาการระบุ มีผู้ตกสำรวจ / พลัดหลงทางทะเบียนอีกกว่า  20,000  คน
  • กฎหมายสัญชาติ ฉบับที่ 5  ว่าด้วย การคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น   ประกาศใช้ เมื่อ  วันที่  21  มีนาคม  2555  มีการออกกฎกระทรวงและตั้งคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น (ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เวลาผ่านไป 2 ปี (2555-2557) การรับรองคนไทยพลัดถิ่น เป็นไปอย่างล่าช้า ได้เพียง 2,000 คน (มีข้อจำกัด ที่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ หลายขั้นตอน)
  • คณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น (ระดับชาติ) สิ้นสุดวาระลง ซึ่งต้องมีการแต่งตั้งใหม่ (ตามข้อเสนอ 1)

ข้อเสนอเร่งด่วน โดยคนไทยพลัดถิ่น

  1. แต่งตั้งคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น (ระดับชาติ) ซึ่งหมดวาระลงแล้ว โดยปรับปรุงกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ  / ภาคประชาชน  / ผู้เชื่ยวชาญ ตามข้อเสนอของเครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย (เสนอไปที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว)
  2. แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นในระดับจังหวัดและอำเภอ (ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน) โดยให้ภาคประชาสังคม / ผู้แทนเครือข่ายชุมชน / นักวิชาการ เข้าร่วม  เป็นระบบแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service )  ทั้งนี้เพื่อให้การรับรองของคณะกรรมการรับรอง ฯ ระดับชาติ   เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง   โดยมีการกระจายการทำงาน  / ผ่านการกลั่นกรองจากการมีส่วนร่วมจากหลายฝ่าย  /  จังหวัดสามารถลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ง่าย  (ประกาศ  6  จังหวัด  คือ พังงา  ระนอง  ชุมพร ประจวบ ฯ ตราด และตาก)
  3. จัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนดำเนินการ และ เร่งรัดการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ในกลุ่มที่กรมการปกครองขึ้นทะเบียนไว้แล้ว 18,309  คน  ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน  (ระนอง 5,221 คน  ประจวบฯ 3,079 คน ชุมพร 1,338 คน ตราด 6,071 คน และตาก 2,489 คน)

ข้อเท็จจริงของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล

  • ชาวเล เป็น ชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยใน 5 จังหวัดอันดันมายาวนาน 300 ปี (จากงานวิจัย ) คือ ภูเก็ต  พังงา  ระนอง  สตูล  กระบี่   มีจำนวน 41 ชุมชน ประมาณ 12,500 คน มี 3 ชนเผ่า คือ มอแกน มอเกลน และอูรักราโวย  หาอยู่หากินแบบเรียบง่าย มีวิถีวัฒนธรรมเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติ  มีภูมิปัญญาทางทะเลสูง แต่ไม่มีความรู้ทางกฏหมาย
  • เมื่อมีการพัฒนานโยบายการท่องเที่ยว / การประกาศเขตอนุรักษ์ ของรัฐ ทำให้ส่งผลกระทบคนกล่มุนี้  ทั้งที่ดินราคาแพงขึ้น ถูกเบียดขับ แย่งชิง  ที่ทำกินในทะเลถูกจำกัดลงจำนวนมาก สถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ  ระบุ  ชาวเล เป็นกลุ่มเปราะบางที่สังคมต้องปกป้องดูแล
  • มีมติคณะรัฐมนตรีเรื่องการแก้ปัญหาและฟื้นฟูวิถีชาวเล  เมื่อ กรกฎาคม 2553  ตามแนวทางจัดทำเขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษชาวเล  (เสนอโดยสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ) ครอบคลุมทั้งที่ดิน ที่ทำกินในทะเล วิถีชีวิต และมีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการแก้ปัญหาชาวเล รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณระดับหนึ่ง  แต่ปัญหายังเพิ่มมากขึ้น
  • ปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดิน มี 5 แห่งที่เอกชนอ้างสิทธิและขับไล่ชาวเล  มี 28 แห่ง อาศัยในที่ดินรัฐประเภทต่างๆ มีพื้นที่ศักดิ์ทางจิตวิญาณเพื่อพิธีกรรมและสุสานกำลังถูกรุกราน 15 แห่ง และที่เดือดร้อนรุนแรง   ดังนี้
    • ชาวเลบ้านราไวย์ จังหวัดภูเก็ต   จำนวน 244 หลังคาเรือน กว่า 2,000 คน  ยากจน อยู่อาศัยอย่างแออัด  ถูกฟ้องขับไล่ออกจากพื้นที่เดิมที่อาศัยมากว่า 200 ปี ต้องขึ้นศาล 101 ราย    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เคยตรวจสอบแล้วว่าเอกสารสิทธิที่ดินออกมิชอบ ทับที่ชาวเล แต่กรมที่ดินไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์  ล่าสุด  DSI และกรมคุ้มครองสิทธิ์ ฯ ทำการพิสูจน์โดยขุดกระดูกในชุมชนไปตรวจพบว่ามี DNA ตรงกับชาวเลในชุมชน
    • ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ  เกาะบูโหลน  เกาะอาดัง  จังหวัดสตูล  อาศัยมายาวนานกว่า 200 ปี  เป็นคนดั้งเดิมของเกาะ   จำนวนมากกว่า 100 หลังคาเรือน  มีปัญหาที่ดินรุนแรง  ทั้งผู้มีอิทธิพล  ใช้ปืนข่มขู่คุกคาม ไล่ออกจากพื้นที่  บางหลังถูกขุดหลุมฝังบ้านไม่กล้าแจ้งความ   ออกเอกสารสิทธิทับที่   และอุทยานประกาศทับที่โดยไม่กันออก ( ประกาศปี 2527 )

ข้อเสนอเร่งด่วน โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล

  1. เสนอเร่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล  โดย พลเอกสุรินทร์  พิกุลทอง เป็นประธาน  โดยสำนักนายก ฯ สนับสนุนงบประมาณ และกรมที่ดินเป็นฝ่ายเลขานุการร่วมกับสำนักนายก ฯ
  2. คุ้มครองความปลอดภัย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด / สำนักงานตำรวจ ฯ  คุ้มครองชุมชนชาวเล / ชาวเลที่ถูกคุกคาม ข่มขู่ จากผู้มีอิทธิพล

ข้อเสนอระยะต่อไป โดยกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล

  1. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกำหนดกรอบและแนวทางผ่อนปรนพื้นที่หากินทางทะเล ตาม มติ ค.ร.ม. เรื่องชาวเล  ( กระทรวงทรัพย์ )
  2. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาการไร้สถานะของชาวเล ที่ตกหล่นประมาณ 500 คน ตามแนวทางการเพิ่มชื่อในทะเบียน เช่น เดียวกับชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์ พังงา ( กระทรวงมหาดไทย )
  3. สนับสนุนงบประมาณการแก้ปัญหา / การศึกษาวิจัย / การจัดทำข้อมูล / การเสริมความเข้มแข็ง /การฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒธรรมชาวเลจำนวน 41 ชุมชน ใน 5 จังหวัดอันดามัน ผ่าน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( กระทรวง พม. ) จำนวน  50  ล้านบาท และให้พอช. แต่งตั้งคณะกรรมการที่มีส่วนร่วมจากเครือข่ายชาวเล  ประชาสังคม สถาบันวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง

รายการเวทีสาธารณะ ทางสถานีโทรทัศน์ TPBS

ในวันคนชายขอบทวงสัญญาเดินหน้าปฏิรูป เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนไม่เป็นธรรม