คปสม.ร่วมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยสากลหน้า UN ตัวแทนเจรจากับรัฐบาล

วันที่อยู่อาศัยสากล วันที่อยู่อาศัยโลก UN ขปส. สลัมสี่ภาค คปสม. รณรงค์ ที่อยู่อาศัย คนไร้บ้าน 7 ตุลาคม 2557

วันที่ 7 ตุลาคม 2557 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ประกอบไปด้วย เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) สมัชชาคนจน กรณีกลุ่มผู้เดือดร้อนจากเขื่อนปากมูล (สคจ.) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด  (คปบ.) สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรประชาชน ซึ่งมีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย และความไม่เป็นธรรมจากการดำเนินกิจกรรมโครงการพัฒนาของรัฐบาลจากทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเรียกร้องต่อรัฐบาลทุกชุดให้มีการแก้ไขปัญหา มาอย่างต่อเนื่องนั้น ที่ผ่านมาพวกเราได้ติดตาม และผลักดันการแก้ไขปัญหามากับรัฐบาล ชุดต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง ในวันที่ 7 ตุลาคม 2557 นี้ สหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็นวันที่อยู่อาศัยสากล ดังที่ทราบกันดีแล้วดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ได้รับการแก้ไขให้ลุล่วง และสร้างความเข้าใจต่อคนในสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงในที่อยู่อาศัย

โดยในช่วงเช้าวันนี้เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง หรือ คปสม.ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มพีมูฟและสลัม 4 ภาค ในการร่วมรณรงค์การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยรวมตัวกันบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ หรือ UN เพื่อให้รัฐบาลมีนโยบายและมาตรการในการแก้ปัญหาคนจนให้มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ปกติสุข และมีความยั่งยืน

ในเวลาต่อมาเครือข่ายสลัม 4 ภาคได้ยื่นข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการใน 3 ข้อหลัก ดังนี้

  1. ด้านการสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงในที่อยู่อาศัย โดยขอให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณและสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับคนจนเมือง รวมถึงอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินนโยบายที่อยู่อาศัยคนเร่ร่อนไร้บ้านและสร้างบ้านชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ประสบปัญหาเร่งด่วน
  2. ด้านการกระจายสิทธิ์การถือครองที่ดิน และรับรองสิทธิ์การถือครองอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ออกกฎหมายรับรองสิทธิชุมนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร รวมถึงนำพื้นที่ป่าสงวนที่หมดสัญญาจัดสรรให้เกษตรกรเพื่อทำกิน
  3. ปฏิรูปกองทุนยุติธรรมโดยออกกฎหมายกองทุนยุติธรรม ให้คนจนมีโอกาสเข้าถึงสิทธิขบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ได้ยื่นหนังสือให้กับรองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ 

วันที่อยู่อาศัยสากล วันที่อยู่อาศัยโลก UN ขปส. สลัมสี่ภาค คปสม. รณรงค์ ที่อยู่อาศัย คนไร้บ้าน 7 ตุลาคม 2557

กิจกรรมในวันนี้กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ได้จัดกิจกรรมรับขวัญและบายศรีสู่ขวัญ จากเครือข่ายสลัม 4 ภาค ให้กับคนจนเมืองทั่วประเทศ เพื่อให้ได้รับการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน พร้อมระดมทุนกองทุนเพื่อคนไร้บ้านให้กับผู้ยากจนที่ยังประสบปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เครือข่ายสลัม 4 ภาค ในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ร่วมกันรณรงค์สร้างความตระหนักในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกในปี 2557 ซึ่งจัดขึ้นบริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างสำนักงานองค์การสหประชาชาติ

วันที่อยู่อาศัยสากล วันที่อยู่อาศัยโลก UN ขปส. สลัมสี่ภาค คปสม. รณรงค์ ที่อยู่อาศัย คนไร้บ้าน 7 ตุลาคม 2557

ก่อนหน้านี้ตัวแทนจากรัฐบาล พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายอำนวยการ ด้านที่อยู่อาศัย องค์การสหประชาชาติประเทศไทย และตัวแทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับหนังสือข้อเสนอการแก้ปัญหาจาก นายจำนงค์ หนูพันธุ์ ที่ปรึกษาพีมูฟ เพื่อขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาใน 3 ข้อหลัก คือ การกระจายสิทธิ์ถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม, ปฏิรูปกองทุนยุติธรรมและออกกฎหมายกองทุนยุติธรรม รวมถึงสานต่อนโยบายที่อยู่อาศัยคนจนเมือง

นายจำนงค์ หนูพันธุ์ ที่ปรึกษาพีมูฟ ยอมรับว่า อุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้การแก้ปัญหาในด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยทำไม่ได้อย่างจริงจัง เนื่องจากหลายพื้นที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับหน่วยงานของรัฐ จึงอยากให้เร่งแก้ปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ขณะที่ตัวแทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันว่าทุกข้อเสนอถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะมีการผลักดันตามนโยบายของรัฐบาล เบื้องต้นจะมีการแบ่งการทำงานเป็น 2 ระยะ

--------------------------

โดยก่อนหน้านี้ในวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เวลา 13.30 น. ในส่วนของพีมูฟอุบลราชธานี ได้เตรียมตัวเข้ากรุงร่วมรวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ 4 ปัญหาที่ได้ทำไว้กับรัฐบาลที่แล้ว ระบุชาวบ้านต่อสู้มานานหลายสิบปีแล้วยังไม่สำเร็จ โดยมีตัวแทนสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ จ.อุบลราชธานี จำนวน 6 คน นำโดยนายพงษ์ศักดิ์ สายวรรณ ซึ่งตัวแทนเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองจังหวัดอุบลราชธานี (คปสม.อุบลฯ)  ได้ร่วมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตามทวงสัญญาที่ทำไว้กับรัฐบาลเก่าเพื่อให้แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมใน 4 ปัญหา คือ 1.การออกโฉนดชุมชน 2.การชดเชยสิ่งก่อสร้างของรัฐทับที่ทำกิน  3.เร่งให้สัญชาติกับคนไร้สัญชาติ และ 4.เพิกถอนนายทุนออกโฉนดทับที่ชาวบ้าน-หาดสาธารณะริมแม่น้ำมูล และได้เตรียมนำผลผลิตจากท้องถิ่นที่ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมือง เช่น ปลาส้ม หมูยอ นำขึ้นรถมาเพื่อเป็นของฝากให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วย

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาที่จะนำไปเรียกร้องครั้งนี้ประกอบด้วยเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยแบบโฉนดชุมชน จำนวน 7 ชุมชน ใน 3 อำเภอ ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว แต่ยังไม่มีการออกเป็นโฉนดตามที่ตกลงกันไว้ ปัญหาผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง ในอำเภอน้ำขุ่น ซึ่งทับที่ดินทำกินของประชาชนกว่า 200 ไร่ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มีมติให้ชดเชยค่าที่ดินและค่าสูญเสียโอกาสแล้ว แต่ยังไม่มีการนำเข้าที่ประชุม ครม.และปัญหาคนไร้สัญชาติที่อาศัยอยู่ตามพรมแดนไทย-ลาว ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้รับสัญชาติ และการสั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนการออกโฉนดของนายทุนทับที่ชาวบ้านและหาดทรายริมแม่น้ำมูลใน ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ ซึ่งชาวบ้าน 12 ราย ต่อสู้มานานหลายสิบปี ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษก็มีความเห็นว่านายทุนออกโฉนดโดยมิชอบ แต่กรมที่ดินก็ยังไม่เพิกถอน

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางมาครั้งนี้เป็นตัวแทนแต่ละปัญหา เพื่อนำแต่ละเรื่องไปสะท้อนให้รัฐบาลรับทราบและเริ่มทำการแก้ไขต่อไป

วันที่อยู่อาศัยสากล วันที่อยู่อาศัยโลก UN ขปส. สลัมสี่ภาค คปสม. รณรงค์ ที่อยู่อาศัย คนไร้บ้าน 7 ตุลาคม 2557

และในช่วงบ่ายของวันที่ 7 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ตัวแทนกลุ่มพีมูฟ จำนวน 45 คน จะหารือร่วมกับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมพิจารณาตามข้อเสนอเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนต่อไป

เนื่องในวันที่อยู่อาศัยสากล ในช่วงเช้า สมาชิกเครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ประกอบด้วย เครือข่ายกลุ่มชาติพันธ์ชาวเล และเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน กลุ่มปากมูล ฯลฯ  ) จำนวนประมาณ 1000 คน ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ ณ อาคารสหประชาชาติ เพื่อยื่นข้อเสนอ ต่อ UN  ให้ UN มีบทบาทในการแก้ปัญหา ผลกระทบต่อคนจนที่เกิดจากแผนการพัฒนา เช่น การตัดถนนภายในและระหว่างประเทศ การสร้างเขื่อน การสร้างโรงไฟฟ้า  ฯลฯ   ซึ่งส่วนใหญ่ได้งบพัฒนาจาก สถาบันการเงินระดับโลก เช่น  ธนาคารโลก  เอดีบี ฯลฯ รวมทั้งการเสนอแนวทางและรูปธรรม การพึ่งพิงตนเองของชาวบ้าน เช่น  ผลิตผลการเกษตร การประหยัดพลังงาน การจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชน ซึ่งหลังจากนั้นได้ยื่นข้อเสนอ ต่อ รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคม และผู้แทนนายกรัฐมนตรี จากนั้น ได้ส่งตัวแทนร่วมประชุมกับรัฐบาล ที่ ทำเนียบรัฐบาล จำนวน 48  คน

วันที่อยู่อาศัยสากล วันที่อยู่อาศัยโลก UN ขปส. สลัมสี่ภาค คปสม. รณรงค์ ที่อยู่อาศัย คนไร้บ้าน 7 ตุลาคม 2557

โดยมีผล การเจรจา ดังนี้
เวลา 14.00 ณ ห้องประชุมอรรถไกลวัลย์วที อาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) โดยมีผู้เข้าประชุมประกอบด้วยตัวแทน ขปส.จำนวน 48 คน มีทั้งตัวแทนชาวบ้าน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิษกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯและ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมมีเรื่องการพิจารณา คือ

1. การกระจายสิทธิการถือครองที่ดินและรับรองสิทธิการถือครองอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่ง ขปส.ได้มีข้อเสนอ ได้แก่
    1.1 ขอให้พิจารณาจัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า
    1.2 ขอให้พิจารณาออกกฎหมายรับรองสิทธิชุมชนในการจัดสรรที่ดินและทรัพยากร
    1.3 ขอให้พิจารณานำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่หมดสัญญาเช่า  มาจัดสรรให้เกษตรเพื่อเข้าทำประโยชน์ 

มติที่ประชุม เห็นว่า ข้อเสนอของ ขปส.บางส่วน รัฐบาล  ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติไว้แล้ว และบาง กรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการ จึงเห็นควร รับข้อเสนอไว้เพื่อพิจารณา

2. การปฏิรูปกองทุนยุติธรรม ขปส.มีข้อเสนอ
    2.1 ขอให้พิจารณาออกกฎหมายกองทุนยุติธรรมเพื่อให้คนจนเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
    2.2 ขอให้พิจารณาเร่งรัดการดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือทางคดีที่กองทุนยุติธรรมอนุมัติแล้ว

มติที่ประชุม เห็นควรขอความร่วมมือกระทรวงยุติธรรม และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รับข้อเสนอของ ขปส.ไปประกอบการพิจารณา

3. การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง  ข้อเสนอ ขปส.คือ
    3.1  ขอให้พิจารณาจัดสรรและอนุมัติงบประมาณโครงการบ้านมั่นคง
    3.2 ขอให้พิจารณาจัดสรรและอนุมัติงบประมาณตามนโยบายที่อยู่อาศัยคนไร้บ้าน
    3.3 ขอให้พิจารณาจัดสรรและอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนที่ถูกไล่รื้อ
มติที่ประชุม  ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เร่งรัดการพิจารณาและนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยเร็ว

4. การชะลอการดำเนินการตามแผนแม่บทการแก้ไขปัญหา การทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน  ข้อเสนอของ ขปส.คือ .

    4.1 ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการดำเนินการตามแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโดยขอให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และชะลอการดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตอันปกติสุข รวมทั้งชะลอการดำเนินคดีกับภาคประชาชน
มติที่ประชุม ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับเรื่องไปประกอบการพิจารณา เพื่อนำเสนอ รมว.ฯ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการดำเนินคดีออกไปก่อน

5. การดำเนินการโครงการโฉนดชุมชน  ข้อเสนอของ ขปส.
    5.1  ขอให้พิจารณาเร่งรัดการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.)เพื่อพิจารณาคำขอเข้าร่วมโครงการโฉนดชุมชนของชุมชนที่ยื่นใหม่ และพิจารณารับรองชุมชนที่คณะอนุกรรมการได้ตรวจสอบแล้ว
    5.2 ขอให้พิจารณานำเสนอ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการของนโยบายการดำเนินงานโฉนดชุมชนมติที่ประชุม สำนักนายกรัฐมนตรี จะเร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว

6. การแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล  ข้อเสนอ ขปส.
    6.1 เห็นควรทดลองเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลเป็นเวลา 5 ปี โดยให้มีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อทำการศึกษาการฟื้นตัวของระบบนิเวศน์และวิถีชีวิตของชุมชน รวมทั้งผลกระทบจากการ  เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล
    6.2 ให้เยียวยาตามหลักมนุษยธรรมให้แก่ผู้มีอาชีพประมงที่ได้รับผลกระทบจากการสร้าง เขื่อนปากมูล รายละ 310,000 บาท โดยให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการเยียวยาดังกล่าว
    6.3 มติเรื่องธนาคารที่ดิน   เดินหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการ โดยภาคประชาชน มีส่วนร่วม และ ให้นำงบประมาณในพื้นที่นำร่อง แล้วนะจำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย พื้นที่นำร่องภาคเหนือ 5ชุมชน ภูเก็ต 1 ชุมชน และ คนไร้บ้าน 1 โครงการ งบประมาณรวม จำนวน 229.5 ล้านบาท และให้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ดำเนินการ เบิกจ่ายสำรองไปก่อน เพื่อให้ทันกับ กับการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของชาวบ้าน
มติที่ประชุม จะนำเสนอ นรม.เพื่อพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อเสนอ ขปส. โดยจะมีการประชุม เพื่อติดตามผล ร่วมกัน ในอีก 30 วัน


ลิ้งบรรยากาศช่วงเช้าหน้าองค์การสหประชาชาติ (UN)

ลิ้งข่าวจากสื่อต่าง ๆ