พิสูจน์ความเป็นคนไทยพลัดถิ่น

ปี 2545  มูลนิธิชุมชนไท และภาคีความร่วมมือ สนับสนุนให้กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น  ในจังหวัดระนองและประจวบคีรีขันธ์  ได้รวมกลุ่มกันเป็น “ เครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย ”  สนับสนุนให้ทำกิจกรรมร่วมกัน  เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง  รวมทั้งหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน อาทิเช่น  การสำรวจข้อมูล  การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์  การฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม   การพัฒนาแกนนำเครือข่ายฯ  รวมทั้งสื่อสารออกสู่สาธารณะ  โดยในการดำเนินงานมีนักพัฒนาที่ลงพื้นที่เพื่อเสริมความเข้มแข็ง ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดแก่ทีมแกนนำเครือข่าย ฯ รวมทั้งมีการสนับสนุนจากทางด้านวิชาการ  การศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์/ ปัญหาคนไทยพลัดถิ่น โดยดร.ฐิราวุฒิ  เสนาคำ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และการปรึกษาหาทางออกกับนักวิชาการด้านกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  รศ. ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร (ด้านกฎหมายสัญชาติ) และรศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ (ด้านกฎหมายมหาชน : ปัจุบันนิติศาสตร์ นิด้า)

นักวิชาการ ระบุว่าคนไทยพลัดถิ่น เป็นคนไทย  รัฐไทยจึงต้องคืนสัญชาติให้คนกลุ่มนี้   และกฎหมายสัญชาติที่มีอยู่  ไม่สามารถคืนสัญชาติให้คนไทยพลัดถิ่นได้  ดังนั้น  จึงต้องออกกฎหมาย คืนสัญชาติไทยให้แก่คนไทยพลัดถิ่น

เมื่อ มีนาคม 2555  พระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 5  พ.ศ. 2555 ว่าด้วยการคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น ประกาศใช้ในราชกิจานุเบกษา  รวมเวลาขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหา  10  ปี ซึ่ง รศ.ดร.บรรเจิด  สิงคะเนติ ระบุว่านับเป็นกฎหมายที่ขับเคลื่อนโดยคนชายขอบฉบับแรกที่ผ่านรัฐสภาไทยในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

เมื่อพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 มีผลใช้บังคับ วันที่ 22 มีนาคม 2555 ทางเครือข่ายฯ  ได้ร่วมเสนอแต่งตั้งกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น  ผลักดันการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับขั้นตอนและหลักฐานประกอบการยื่นคำขอรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น  จากนั้นเครือข่ายฯ มีการตรวจสอบข้อมูลสมาชิกทุกเครือเรือน  เพื่อยื่นคำขอรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นต่อนายอำเภอตามขั้นตอน

ในปี 2556 และ 2557 คนไทยพลัดถิ่นได้ไปยื่นคำขอรับรองฯ กับอำเภอต่างๆ พบว่ายังมีข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายประการ เช่น การยื่นคำขอเป็นรายคนแทนรายครอบครัว  รับเอกสารแต่ไม่ออกใบรับคำขอให้  หรือ  ผู้รับรองต้องเป็นข้าราชการเท่านั้น ในขณะที่กฎหมายไม่ได้จำกัด   ฯลฯ ทำให้ระยะเวลาผ่านไป 2 ปีกว่า  ของการประกาศใช้กฎหมายมีคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายนี้  ประมาณ 2,000 คน

--------------------------

ในวันที่ 7 มิถุนายน 2559

ณ ห้องประชุมของกระทรวงมหาดไทย ได้มีการประชุมคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของคณะกรรมการชุดนี้ ก่อนจะสิ้นสุดวาระลง ซึ่งในการประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินการ โดยสรุปข้อมูลเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ว่า ได้มีผู้ที่ยื่นคำขอพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นแล้ว และอำเภอได้รับเอกสารแล้ว จำนวน 8,266 คน ซึ่งแยกเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ จำนวน 1,659 คน ผู้ที่ผ่านการพิจารณาจากอำเภอแล้วแต่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของจังหวัดอีก 396 คน ส่วนที่เหลือจำนวน 6,211 คน จังหวัดได้ส่งข้อมูลไปยังกรมการปกครองแล้ว เพื่อเข้าสู่การรับรองของคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นต่อไป โดยในจำนวน 6,211 คนนี้ ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นแล้ว จำนวน 4,420 รายโดยจะเข้าสู่กระบวนการคืนสัญชาติไทยและทำบัตรประชาชนต่อไป มีผู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 502 ราย มีผู้ที่คณะกรรมการยังไม่ให้การรับรอง จำนวน 703 คน มีผู้ที่คณะกรรมการได้ส่งข้อมูลกลับไปยังจังหวัดให้ตรวจสอบเพิ่มเติม จำนวน 394 คน และมีผู้ที่ยื่นแบบคำขอ ซึ่งได้เป็นบุคคลที่ถูกจำหน่ายรายชื่อ จำนวน 192 คน

ปัจจุบัน (31 พ.ค.59) มีคนไทยพลัดถิ่นได้สัญชาติไทยแล้ว จำนวน 166 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการส่งรายชื่อไปตรวจสอบการถือสัญชาติของประเทศต้นทางและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารประกอบคำขอพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น