ชาวบ้านบุ่งหวาย หนองกินเพล เดือดร้อน กรมที่ดินยื้อ ไม่ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

วันที่ 20 มิถุนายน 2559 นางหนูเดือน แก้วบัวขาว และตัวแทนกลุ่มพิทักษ์สิทธิ์ชุมชนและที่ดินทำกิน ต.บุ่งหวาย ต.หนองกินเพล ได้ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต


ภาพโดย คำปิ่น อักษร

จากกรณีข้อพิพาทที่ดิน ที่ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ถูกกลุ่มนายทุนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินทำกินและที่สาธารณะประโยชน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร้องเรียนต่อหน่วยงานต่าง ๆ มานานหลายสิบปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครบทุกกรณี

ที่ผ่านมาบุคคลที่ครอบครองเอกสารสิทธิ์ได้ฟ้องขับไล่ชาวบ้านให้ออกจากที่ดินทำกินของตนเอง ทั้ง ๆ ที่ทุกคนอยู่มาตั้งแต่เกิด ได้รับที่ดินมาจากบรรพบุรุษ บางคนถูกบังคับคดียึดทรัพย์ บางคนติดคุกทั้งที่อยู่ในที่ดินของตนเอง ทำให้ได้รับความเดือดร้อนและทุกข์ยากแสนสาหัสมานานหลายสิบปี

ปี พ.ศ.2548 นายวิทยา แก้วบัวขาวและพวกได้ยื่นทูลเกล้าถวายฎีกาต่อสำนักราชเลขาธิการพระบรมมหาราชวัง เจ้าหน้าที่สำนักราชเลขาธิการพระบรมมหาราชวัง แนะนำให้ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

ปี 2548 นายโทน แก้วบัวขาว บิดานายวิทยา แก้วบัวขาว จึงได้ยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบ เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และอธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยมีหลักฐานในจอง เลขที่ 184 หมู่ที่ 5 ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ออกให้ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2510 และทำประโยชน์ในที่ดินมาโดยตลอด

ปี 2554 ศาลปกครองอุบลราชธานี อ่านคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ส่งเรื่องการตรวจสอบเขตที่ดินที่มีการออกโฉนดที่ดินให้กับบุคคลอื่นทับที่ดิน ตามหลักฐานใบจอง 184 ของนายโทน แก้วบัวขาว และส่งเรื่อง

ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ภายใน 90 วัน และยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ปัจจุบันศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาแล้ว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 ยืนตามศาลชั้นต้น ผ่านมาเกือบหนึ่งปี แต่กรมที่ดินยังไม่ดำเนินการให้เป็นไป

วันที่ 20 มิถุนายน 2559 นางหนูเดือน แก้วบัวขาว และตัวแทนกลุ่มพิทักษ์สิทธิ์ชุมชนและที่ดินทำกิน ต.บุ่งหวาย ต.หนองกินเพล ได้ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ว่า สมาชิกเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองจังหวัดอุบลราชธานี มีความประสงค์ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือทางคดี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สืบเนื่องมาจากกรณีชาวบ้าน ต.บุ่งหวาย และ ต.หนองกินเพล ได้รับความเดือดร้อน ถูกกลุ่มนายทุนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินทำกินและที่สาธารณะประโยชน์ เนื้อที่ประมาณ 10,000 ไร่ นั้น โดยมีชาวบ้านเดือดร้อนหลายร้อยครอบครัว

ตามที่ศาลปกครองตัดสิน ข้าพเจ้าและกลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อนจึงคิดว่ามีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือต่อนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้ช่วยเหลือทางคดี ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง

ดังนั้นจึงได้มีหนังสือฉบับนี้เพื่อเรียนขอความอนุเคราะห์จากคณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อพิจารณาอนุเคราะห์ให้ทีมกฎหมายของคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความช่วยเหลือทางคดีต่อไป