ชาวเลราไวย์ใจชื้น กรมเจ้าท่าสั่ง “บ.บารอน ฯ” รื้อกำแพงกันคลื่น หลังร้องเรียนมาร่วม 10 ปี ชาวบ้านเชื่อระบบนิเวศฟื้น


สภาพหาดราไวย์ภายหลังสึนามิและก่อนที่จะมีการสร้างกำแพงกันคลื่น

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 นายสนิท แซ่ซั่ว ชาวเลชุมชนราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต ได้ส่งหนังสือแจ้งให้บริษัทบารอน เวิร์ลเทรด จำกัด รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นกำแพงกันคลื่นกว้าง 3.80 เมตร และยาว 125 เมตร บริเวณหน้าหาดราไวย์ออกเนื่องจากการก่อสร้างดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตกรมเจ้าท่า ทั้งนี้การก่อสร้างกำแพงกันคลื่นที่บริษัทเอกชนรายนี้ดำเนินการนั้น เกิดขึ้นในช่วงหลังเหตุการณ์สึนามิประมาณปี 2548

นายสนิทกล่าวว่า ภายหลังการก่อสร้างกำแพง ชาวบ้านในพื้นที่สังเกตเห็นว่า ระบบนิเวศถูกทำลายลงไปมาก ถ้ามีการรื้อถอนจริงๆ ตามคำสั่งของฝ่ายราชการ จะส่งผลให้สภาพแวดล้อมค่อยๆ ฟื้นตัว ทั้งปลา และหอย ที่เคยอาศัยในบริเวณดังกล่าวอาจจะกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งให้ชาวบ้านได้ทำมาหากินตามอาชีพดั้งเดิม


สภาพหาดราไวย์ในปัจจุบันซึ่งมีกำแพงกันคลื่นและกรมเจ้าท่าสั่งให้รื้อถอน

“เราร้องเรียนเรื่องนี้ไปหลายครั้งตั้งแต่ปี 2549 ขอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบแต่เรื่องเงียบมาโดยตลอดทั้งที่กระบวนการตรวจสอบไม่ยากและซับซ้อนเลย เพราะถ้าขออนุญาตถูกต้อง ต้องมีเอกสารอ้างอิง แต่นี่ไม่มี กระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการชาวเล พวกชาวบ้านแถบนี้จึงพอมีหวังขึ้นมาบ้าง ตอนนี้ทราบว่า บริษัทเริ่มเดินหน้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งแล้ว ผมหวังว่า หน่วยงานอย่างกรมเจ้าท่าจะมีความจริงใจในการแก้ปัญหา และบริษัทเอกชนเองควรจริงใจกับระบบกฎหมาย และรื้อถอนตามคำสั่งกรมเจ้าท่า อย่างไรก็ตาม หน้าหาดเป็นพื้นที่สาธารณะนั้น ชาวบ้านทุกคนต้องได้ใช้เท่าๆ กัน เอกชนไม่ควรก่อสร้างอะไรแบบนี้ เพราะทำลายสภาพแวดล้อมเยอะมาก ชาวบ้านเดือดร้อนกันมานานนับสิบปี” นายสนิท กล่าว

นายสนิท กล่าวต่อว่า ชาวเลในชุมชนรู้สึกดีใจที่วันนี้กรมเจ้าท่าให้ความสำคัญกับคำร้องเรียนของชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม นอกจากการยื่นร้องเรียนเรื่องกำแพงกันคลื่นแล้ว ยังมีอีกกรณีที่ชาวเลราไวย์รอคอยกระบวนการยุติธรรม โดยล่าสุดได้ไปศาลจังหวัดภูเก็ต ยื่นฟ้องแพ่งบริษัทบารอน เวิร์ลเทรด จำกัด ฐานละเมิด พร้อมเรียกค่าเสียหายประมาณ 5 แสน เนื่องจากการปิดพื้นที่เข้าออกจุดพิพาททำให้ชาวเลไม่สามารถเข้าไปนำเรือไปประกอบอาชีพได้ รวมถึงการให้ชายฉกรรจ์เข้ามาในพื้นที่พิพาททำให้ชาวเลหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกัน และขอให้ศาลคุ้มครองพื้นที่พิพาทชั่วคราว เนื่องจากกังวลว่า อาจเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างคนของทั้ง 2 ฝ่ายอีก เบื้องต้นโดยศาลนัดไต่สวนสอบพยานอีกครั้งในวันที่ 15 สิงหาคม และ 22 สิงหาคมนี้


ที่มา : สำนักข่าวชายขอบ : Link>>> http://transbordernews.in.th/home/?p=13265