ชาวเลเกาะพีพีเดือดร้อนหนัก ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ เหตุโรงแรม-ร้านอาหารปล่อยน้ำเสีย ทำลายบ่อน้ำธรรมชาติ ผวจ.รุดตรวจพื้นที่ รับปากเร่งแก้ปัญหา ชาวบ้านแฉเส้นทางหนีภัยสึนามิถูกเอกชนฮุบ-สร้างเป็นที่พักคนงาน

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 นางสาวพรสุดา ประมงกิจ ชาวเลชุมชนแหลมตงบนเกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวเลอูรักลาโว้ย เพื่อรับฟังสภาพปัญหา โดยตัวแทนชาวเลได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดหลายประเด็น ได้แก่ ปัญหาน้ำเสียจากอาคาร บ้านเรือน ร้านอาหาร และโรงแรมขนาดเล็ก ที่ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งขณะนี้ชาวเลไม่สามารถอุปโภคได้ตามปกติ เพราะบ่อน้ำธรรมชาติที่เคยขุดไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคเน่าเสียไปด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าว ชาวเลบนเกาะได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหา ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้ให้สัญญาว่า จะเชิญตัวแทนผู้ประกอบการที่เป็นเอกชน ตัวแทนอำเภอและจังหวัดประชุมร่วมกัน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้รายงานสภาพปัญหาสิ่งปลูกสร้างและการวางสิ่งของรุกล้ำที่สาธารณะ ซึ่งยังมีเอกชนหลายรายมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

นางสาวพรสุดา กล่าวด้วยว่า นอกจากการรายงานปัญหาทั่วไปแล้ว ทางชาวเลได้ร้องเรียนผู้ว่าฯ เรื่องความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยด้วย เนื่องจากขณะนี้ชาวเลแหลมตง เกาะพีพี ที่มีกว่า 140 คน ต้องอาศัยอยู่อย่างแออัดในที่ดินเพียง 2 ไร่กว่า ซึ่งถูกอ้างกรรมสิทธิ์โดยเอกชนรายหนึ่ง ทำให้ชาวเลในชุมชนต้องทนอยู่โดยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร กังวลว่าจะถูกฟ้องไล่ที่เหมือนที่อื่น เช่น ชุมชนราไวย์ จังหวัดภูเก็ต และเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

“เราเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เดาไม่ได้ว่าจะอยู่ หรือจะไป เราอยากให้จังหวัดให้คำตอบโดยเร็ว และช่วยเราแก้ปัญหาเพราะตอนนี้ แม้แต่ที่ดินที่เป็นถนนหลังชุมชน ซึ่งเป็นทางหนีภัยจากคลื่นสึนามิ ก็ถูกโรงแรมยึดที่สร้างเป็นที่พักคนงานและมีการเปิด-ปิดเป็นเวลา ส่วนที่หน้าหาดบางครั้งก็ถูกเอกชนห้ามผ่าน ห้ามจอดเรือ” นางพรสุดา กล่าว

ตัวแทนชาวเลกล่าวต่อว่า สำหรับผลการร้องเรียนปัญหาเรื่องที่ดินและปัญหาด้านสาธารณูปโภคนั้น ทางผู้ว่าฯ ระบุเพียงว่า ที่ดินส่วนมากเอกชนมีเอกสารสิทธิ์ ก็ค่อนข้างแก้ปัญหายาก แต่ยินดีจะเรียกทุกฝ่ายประชุมโดยเร็ว ทั้งนี้นอกจากประเด็นเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว ชาวเลบางกลุ่มประสบปัญหารายได้ต่ำ รายจ่ายสูง เนื่องจากค่าครองชีพบนเกาะที่พุ่งสูงตามกระแสท่องเที่ยว ส่งผลให้ครอบครัวชาวเลขาดแคลนทุนทรัพย์ในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนต่อในระดับสูง ทางผู้ว่าฯ จึงรับปากว่า จะเร่งดำเนินการหาทุนส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เยาวชนบนเกาะ เนื่องจากส่วนมากจบการศึกษาประถมและมัธยมแล้วต้องจากบ้านไปเรียนต่อบนฝั่งจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาหลายอย่าง แต่เพื่อให้เยาวชนได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ทางจังหวัดจึงเตรียมหาทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนชาวเล เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน และมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพที่หลากหลาย เพราะคนรุ่นพ่อแม่ ตายาย ยังคงมีอาชีพหลักแค่ทำประมงและอาชีพเสริมรับจ้างในโรงแรม และขับเรือรับ-ส่งนักท่องเที่ยว โดยในส่วนนี้ ชาวบ้านมองว่าเป็นเรื่องสำคัญและดีใจหากทางจังหวัดสามารถหางบประมาณเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาได้จริง


ที่มา : สำนักข่าวชายขอบ : http://transbordernews.in.th/home/?p=13560