ชาวเลถูกฟ้องอีกทั้งๆที่อยู่มาก่อน


ร้านอาหารบริเวณหน้าหาดราไวย์ของนายบัญชาที่รับซื้ออาหารทะเลจากเรือประมงชาวบ้าน เหมือนกับร้านค้าชุมชนซึ่งกำลังถูกฟ้องร้อง

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 นายบัญชา หาดทรายทอง ชาวเลชุมชนราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์ภายหลังการขึ้นศาลเพื่อรายงานตัวตามคำสั่งศาลจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนางสาวจินดารักษ์ ธรรมจักร ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องฐานบุกรุกฯในที่ดินหมู่บ้านชาวเลฯ หมู่ 2 ชุมชนราไวย์ ว่า วันนี้ตนมาศาลพร้อมพ่อ คือนายแอ๋ว หาดทรายทอง และน้องชายคือนายวรนัน หาดทรายทอง และชาวเลอีก 7 รายเดินทางมารายงานตัวต่อศาลจังหวัด หลังจากถูกโจทก์ฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินถึง 3 ครั้ง โดยศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวและรอสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้สำหรับคดีความดังกล่าวเป็นการฟ้องโดยมีจำเลยพร้อมกันเป็นชาวเลหลายราย โดยเริ่มฟ้องครั้งแรกในนามนายเจริญ มุกดี ฟ้องคดีอาญาตอนปี2557 แต่ช่วงนั้นศาลสั่งยกฟ้อง ต่อมาครั้งที่ 2 ฟ้องทางแพ่งโดยนายเจริญ มุกดี ซึ่งต่อมานายเจริญ เสียชีวิต ทางลูกหลานจึงมีการถอนฟ้อง อาจเพราะกระบวนการหาหลักฐานต่างๆ มีความซับซ้อน แต่มาปีนี้ถูกฟ้องโดยหลานสาวของนายเจริญ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นการฟ้องเพื่อข่มขู่ให้ชาวเลราไวย์ ดูเป็นกรณีตัวอย่าง และต้องการกดดันครอบครัวของตนให้ออกจากพื้นที่ราไวย์เพื่อให้ชาวเลได้กลัวและทยอยย้ายออก

“ ที่ดินพวกผมเป็นที่ดินแปลงหนึ่งในเนื้อที่กว่า 19ไร่ มีชาวเลหลายคนถูกดำเนินคดีอยู่ โดยพ่อผมมีบ้านหลังเล็กๆ อยู่ที่ราไวย์ ส่วนผมกับน้องชายเปิดร้านขายอาหาร เพื่อบริการชาวเล และนักท่องเที่ยว กรณีมีงานบุญ หรืองานบริการ ซึ่งใครมีปลา มีอาหารทะเลอะไรก็เอามาขายให้ผมทำอาหารได้ พูดไปก็เหมือนร้านค้าชุมชน ซึ่งเข้าใจว่าเอกชนเขาคงมองว่าเรากินดี อยู่ดี มีร้านเป็นของตัวเอง อาจจะสร้างรายได้ เยอะละมั๊ง เขาจึงอยากจะไล่ แต่ผมก็ยังต่อสู้ ลึกๆ มั่นใจว่าหลักฐานโครงกระดูกที่พบนั้น จะช่วยพวกผมและชาวเลอีกหลายรายให้ได้อยู่บนที่ดินต่อไป ผมเลยคิดว่านี่เป็นการฟ้องซ้ำในคดีที่เคยถอนฟ้องและยกฟ้องแล้ว เพียงเพื่อการข่มขู่ และจงใจให้พวกเราเสียเงินเพื่อประกันตัวเท่านั้น ผมจึงไม่กลัว แต่พ่อเองก็ยังกลัว ๆ อยู่ ยังไงต้องรอดูขั้นตอนของศาลต่อไป ผมยืนยันว่าเราอยู่มาก่อนเอกสารที่เขามีจะมาทำให้เราออกไปจากที่ดินของเราได้ไง” นายบัญชา กล่าว

นายบัญชากล่าวว่า ตนเองเป็นหนึ่งในชาวเลฯกว่า 10 คน ที่ถูกฟ้องบุกรุกฯทั้งที่ที่ดินดังกล่าวตนเองเเละครอบครัวได้อาศัยมาตั้งแต่รุ่นปู่ รวมอายุกว่า 100 ปี มาถึงสมัยรุ่นพ่อ ซึ่งขณะนี้มีอายุเกือบ 70 ปี สำหรับพื้นที่ดังกล่าวในรายของนางสาวจินดารักษ์มีการออกเอกสารสิทธิครอบคลุมพื้นที่จำนวน 12 ไร่ มีชาวเลอาศัยอยู่รวมกว่า 80 ครัวเรือน มีผู้ถูกฟ้องร้องละเมิด บุกรุก ขับไล่เเล้วกว่า 10 ราย

ด้านนายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความที่ดูแลคดีความกรณีที่ดินชาวเล กล่าวว่า กรณีที่ดินของนายบัญชานั้นศาลนัดสืบพยานต่อไปในปีหน้า แต่วันนี้โชคดีที่ศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องวางเงินประกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ขณะนี้มีชาวเลราไวย์ที่ถูกฟ้องร้องเพิ่มเติมจำนวน 40ราย ซึ่งหากรวมทั้งหมดทั้งผู้ถูกดำเนินคดีในศาลชั้นต้น ขั้นอุทธรณ์ มีประมาณกว่า 100 ราย

ทั้งนี้ที่ดินชุมชนราไวย์ในแปลง 19 ไร่ที่นายบัญชาและชาวบ้านที่ถูกฟ้องร้องครั้งนี้ ทางดีเอสไอได้ตรวจสอบพื้นที่และหาหลักฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะการขุดค้นโดรงกระดูกของบรรพบุรุษชาวเลเพื่อมาพิสูจน์ดีเอ็นเอ ซึ่งผลออกมาระบุชัดว่าชาวเลอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ก่อนที่จะมีการออกเอกสารสิทธิ์ให้เอกชน ซึ่งดีเอสไอได้เสนอให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ซึ่งเชื่อว่าออกโดยมิชอบ


ที่มา : สำนักข่าวชายขอบ : Link>>> http://transbordernews.in.th/home/?p=14016