ชาวเลขอเจรจาหาทางออกปัญหาที่ดิน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)ภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ชาวเลกว่า 100 รายได้รอพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  แต่ต้องทยอยเดินทางกลับบ้าน  หลังผิดหวังกับผลการเจรจาเรื่องทางออกสารพัดปัญหาในชุมชนราไวย์  ปัญหาที่ดินในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างตัวแทนชาวเล 5 ราย , นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ราชการจังหวัดภูเก็ต กับพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ แล้วไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายชาวเล

นายนิรันดร์ หยังปาน ตัวแทนชาวเลราไวย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเจรจาว่า ความตั้งใจจริงของชาวบ้านวันนี้เป็นการเดินทางมาเพื่อพบปะกับนายกฯ โดยตรง โดยได้รวมตัวกันตั้งแต่เวลา 11.00 น. และเฝ้ารอนายกฯ เสร็จสิ้นภารกิจ ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนโครงการภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ( Phuket Smart City ) จากนั้นจะต้องเดินทางมาเจรจากับภาคธุรกิจที่มรภ.ภูเก็ต โดยเครือข่ายชาวเลได้ตามข่าวจากสื่อมวลชนหลายสำนักแล้วทราบว่า นายก ฯ จะแบ่งเวลาพบประชาชน แต่ปรากฏว่าเครือข่ายชาวเลกลับไม่อยู่ในกลุ่มประชาชนที่ได้รับโอกาสนั้น ทั้งที่ผ่านมาข่าวคราวชาวเลมีให้เห็นตามสื่อต่อเนื่อง แต่ไม่ถูกนำไปเป็นวาระสำคัญในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ที่สำคัญเจอเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจปิดทางเข้าออกตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยชาวเลพยายามเจรจากับตัวแทนทหาร ตำรวจถึงความจำเป็นในการเข้าพบ แต่ไม่สำเร็จ จึงต้องคุยกับเลขาธิการแทน แต่ใช้เวลาคุยแค่ 30 นาที

นายนิรันดร์ กล่าวด้วยว่า การเจรจาครั้งนี้ชาวเลได้เสนอต่อเลขาฯ ขอให้นายกใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาชุมชนราไวย์แบบเร่งด่วน ได้แก่ 1. เร่งรัดการแก้ปัญหาที่ดินชุมชนชาวเลราไวย์ โดยยึดตามผลการตรวจของคณะกรรมการแก้ปัญหาชาวเล ฯ ที่พลเอกสุรินทร์ พิกุลทองเป็นประธาน และ ทีมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุชุมชนชาวเลราไวย์อยู่อาศัยมาก่อนการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โดยสามารถดำเนินการได้ 2แนวทางคือ เสนอให้กระทรวงมหาดไทยเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินประมาณ 19ไร่ ที่ออกทับพื้นที่ชุมชนชาวเลราไวย์ หรือเสนอให้รัฐบาลชดเชยความเสียหายให้ผู้อ้างสิทธิเหนือที่ดินชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ เฉพาะผู้ที่ได้มาโดยสุจริต เนื่องจากการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนปัญหาอื่นๆ ก็ขอให้ นายกใช้อำนาจพิเศษ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของบริษัทบารอน ฯ ที่ออกมาทับพื้นที่สาธารณะ ทั้งพื้นที่คลองสาธารณะ (คลองหลาโอน ) พื้นที่ชายหาดราไวย์ ทางเดินสาธารณะ พื้นที่พิธีกรรมชาวเล ฯลฯ เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้

“พวกผมคุยข้อเสนอเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้ว และบอกด้วยว่าตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานในชั้นศาล ฯ ทางท่านเลขาฯ จึงบอกว่า ให้รอผลการพิสูจน?ของชั้นศาล ส่วนกรณีบริษัทบารอนฯ ออกเอกสารที่ดินทับที่ชาวบ้าน ผมก็เรียนไปตรงๆ แล้วก็เรียนเพิ่มเติมให้ทราบด้วยว่า กรมเจ้าท่าออกคำสั่งแล้วว่า บริษัทบารอนฯ ทำกำแพงกันคลื่นรุกล้ำที่สาธารณะที่อยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า และกรมฯเองสั่งให้รื้อถอนภายใน 30วัน วันนี้เลยกำหนดมาแล้ว ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เรื่องนี้เลขาบอกให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งผมย้ำเลยว่า จังหวัดเขาไม่เคยแก้ได้ ผมรู้สุกผิดหวังจริงๆ กับการขอโอกาสพบนายกฯ แต่สุดท้ายได้พบแค่ตัวแทน อีกทั้งไม่ได้มีความคืบหน้าหรือผลเจรจาที่เป็นที่พอใจเลย” นายนิรันดร์ กล่าว

ด้านนายโชคดี สมพรหม ตัวแทนเครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต กล่าวว่า ในการยื่นหนังสือร้องเรียนและเจรจากับเลขาธิการฯ ครั้งนี้ นอกจากเน้นแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาวเลแล้ว ตัวแทนเครือข่ายสิทธิคนจนฯ ยังได้ยื่นหนังสือเพื่อให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินด้วย โดยรัฐบาลควรสั่งการเสนอให้คณะกรรมการประสานงานว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน สำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินต่อเนื่อง และเร่งรัดข้อสรุปเพื่อออกโฉนดชุมชนในจังหวัดภูเก็ตโดยเร็วที่สุด ซึ่งเรื่องดังกล่าว ทางเลขาฯ สั่งการให้จังหวัดสรุปปัญหาและรายงานต่อสำนักนายกรัฐมนตรีภายใน 7 วัน แต่ต้องรอดูต่อไปว่าเมื่อจังหวัดรายงานแล้ว คณะกรรมการฯ จะดำเนินการตามหน้าที่หรือไม่ เพราะเรื่องโฉนดชุมชนนั้นไม่มีความคืบหน้าเลย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับบรรยากาศช่วงเวลาประมาณ 11.00- 15.00 น. ก่อนการเปิดเวทีเจรจากับ พล.อ.วิลาส ทางตัวแทนชาวเลได้รวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้ามรภ.ภูเก็ต และผลัดกันปราศรัยเรื่องความเดือดร้อนของชุมชน อาทิ ปัญหาข้อพิพาททางที่ดิน และความขัดแย้งระหว่างชาวเลกับเอกชนที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา และได้พยายามขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเปิดทางเข้าให้ชาวบ้านได้ไปพบกับนายกฯ ใกล้ๆ และได้ร้องเรียนนายกฯ ให้รับทราบปัญหา แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังอย่างหนาแน่นและห้ามชาวบ้านเข้าไปยังมหาวิทยาลัยฯ กระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. พล.อ.วิลาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดทางเข้าออกเพื่อให้ชาวเลได้นั่งเจรจาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนจะรับหนังสือร้องเรียนและสั่งการให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สรุปข้อมูลเรื่องโฉนดชุมชนเพื่อส่งรายงานต่อสำนักนายกภายใน7 วัน

อนึ่งสำหรับกรณีชุมชนชาวเลราไวย์นั้น ขณะนี้มีชาวเลถูกดำเนินคดีทางที่ดินรวมทั้งหมด 117 ราย โดยชาวเลที่อาศัยอยู่ในที่ดินเนื้อที่ 19ไร่ เศษ ซึ่งดีเอสไอ ตรวจพบโครงกระดูกบรรพบุรุษนั้น ศาลจังหวัดภูเก็ตอยู่ระหว่างการนัดสืบพยานเพิ่มเติม

....ที่มา : สำนักข่าวชายขอบ : Link>>> http://transbordernews.in.th/home/?p=14229