สกว. มอบรางวัลวิจัยเด่นของชุมชนชาวเลราไวย์ ประจำปี 2559

วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว.ได้จัดพิธีมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น ประจำปี 2559 ณ ห้องบอลรูม 1-2 โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด์ ทาวเวอร์ส โดยท่าน ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานกล่าวเปิดงานและให้ปาฐกถาพิเศษ นอกจากนั้น ในงานยังได้มีนิทรรศการผลงานวิจัยเด่น จำนวน 13 ผลงานที่ได้รับการคัดเลือก 

หนึ่งในผลงานวิจัยเด่นที่ได้รับคัดเลือกนั้นคือ มีงานวิจัยของชุมชนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต โดยในวันนี้ได้มีนักวิจัยที่เป็นชาวบ้านชุมชนชาวเลราไวย์มาเป็นผู้รับรางวัล

ในการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์
1. เพื่อสื่อสารผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลสู่สาธารณะในรูปของหนังสือผลงานเด่น โปสเตอร์ นิทรรศการ และสื่อวีดีทัศน์
2. เพื่อให้ผู้ร่วมงาน สื่อมวลชน และสาธารณะชนเกิดความเข้าใจในเนื้อหางานวิจัยได้โดยง่าย และสามารถนำข้อมูลผลงานวิจัยไปใช้ในการสื่อสาร เผยแพร่ และใช้ประโยชน์ได้ต่อไป

งานวิจัยของชุมชนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต คือ
โครงการสืบค้นประวัติการตั้งถิ่นฐานและวิถีวัฒนธรรม เพื่อยืนยันสิทธิชุมชนดั้งเดิมและแก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ชาวเล บ้านราไวย์  อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

คำถามวิจัย
กระบวนการสืบค้นข้อมูลด้านประวัติศาสตร์  การตั้งถิ่นฐาน  และวิถีวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อยืนยันสิทธิชุมชนดั้งเดิมและนำไปสู่การแก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ชาวเล บ้านราไวย์  ควรเป็นอย่างไร ?

โดยจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่  5 ชุมชน  และที่มีปัญหารุนแรงเรื่องที่ดิน  คือ ชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ชาวเลหาดราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นชุมชนชาวเลขนาดใหญ่จำนวน  244 หลังคาเรือน มีประชากรกว่า 2,000 คน  มีทะเบียนบ้านถาวร 130  หลัง  มีพื้นที่กว่า  24 ไร่  เป็นพื้นที่ซึ่งชาวเลอาศัยมานานกว่า 300  ปี   มีทั้งที่เป็นชาวอูรักราโวยและชาวมอแกน  ผู้อาวุโสในหมู่บ้านบอกว่าเกิดมาก็เห็นมีอูรักราโวยอยู่ก่อนต่อมาก็มีมอร์แกนเข้ามาอยู่ตอนหลังประมาณปี 2485 ต่อมาก็ได้แต่งงานด้วยกัน อยู่กันภายในชุมชนเรื่อยมา มีหลักฐานสำคัญ คือ ปี พ.ศ. 2502  พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมชาวเลบ้านราไวย์   และปี พ.ศ. 2508 เอกชนออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของชุมชนชาวเล  มีเอกชนอ้างสิทธิและแบ่งที่ดินออกมาเป็นแปลงย่อยๆ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบการอยู่อาศัยของชาวเลและกระบวนการออกเอกสารสิทธิที่ดิน  พบว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบทับที่ชุมชนดั้งเดิมของชาวเล  และมีมติให้อธิบดีกรมที่ดินเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิที่ดินของเอกชน  แต่ไม่มีความคืบหน้าในทางปฏิบัติ

ในที่ดินบางแปลงเริ่มมีการฟ้องขับไล่ชาวเลแล้วจำนวน 20 หลังคาเรือน และมีแนวโน้มจะถูกทะยอยฟ้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมี 2 หลังคาเรือนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ออกจากพื้นที่ และเรื่องอยู่ระหว่างการอุธรณ์  ด้วยเหตุผลเอกชนมีเอกสารสิทธิที่ดินและเอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานมหาชนที่ศาลจะต้องเชื่อไว้ก่อนว่าออกมาโดยชอบ  ทั้งที่ชาวเลอาศัยมายาวนาน   รวมทั้งชาวเลที่เหลือต้องเดินทางไปขึ้นศาลเป็นระยะ

การมีความคิดความเชื่อว่าที่ดินและท้องทะเลเป็นของทุกคน ไม่ยึดถือเป็นของตนเอง  การไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้หนังสือและสื่อสารภาษาไทยได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น   ทำให้เป็นเรื่องยากมากสำหรับการขึ้นศาลของชาวเล รวมทั้งปัญหาความยากจนทำให้ชาวเลเสียเปรียบเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันชาวเลกลุ่มนี้ไม่มีสิทธิซ่อมสร้างบ้านของตนเอง เพราะจะถูกเอกชนที่อ้างสิทธิเหนือที่ดินฟ้องร้อง / แจ้งความจับกุม  ทำให้สภาพบ้านทรุดโทรมแออัด  ไม่มีโอกาสได้รับการพัฒนาจากองค์กรท้องถิ่น  ทำให้ไม่มีท่อระบายน้ำ  ไม่มีทางเดินเท้า  ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นของตนเอง  ต้องซื้อพ่วงจากบ้านอื่นๆ  ทำให้ต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่าคนทั่วไปถึง 2- 3 เท่า  นอกจากปัญหาที่ดินแล้ว  ชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ยังได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และเขตอุทยาน   ทำให้ออกทะเลลึกขึ้น มีค่าใช้จ่ายมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของโรงแรม รีสอร์ท  ทำให้ผู้หญิงชาวเลไม่มีสิทธิ์เข้าไปหาหอยบริเวณหน้าหาดต่างๆ  ส่งผลต่อรายได้ของชาวเลที่ลดน้อยลง  ทำให้เกิดหนี้นอกระบบ ส่งผลต่อครอบครัวและโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชน

ในกระบวนการพัฒนาของชุมชน ได้มีการจัดทำข้อมูลครัวเรือน แผนผังชุมชน การร่วมกับทางอำเภอทำหลักฐานขอมีบัตรประชาชนสำหรับผู้ที่ตกหล่น ปรับปรุงห้องน้ำรวมของชุมชน   ร่วมกันตั้งกองทุนเพื่อแก้หนี้นอกระบบ    กองทุนเพื่อการต่อสู้คดี  และแกนนำชุมชนชาวเลได้ทำหนังสือและเดินทางไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาแล้วจำนวนมาก  ทั้ง กระทรวงวัฒธรรม ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา กระทรวงยุติธรรม  รวมทั้งรวมกับเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง ผลักดันให้มีการแก้ปัญหาระดับนโยบาย  ฯลฯ

จากสภาพปัญหาและข้อจำกัดต่างๆรอบด้านของชุมชนชาวเลบ้านราไวย์  ปัญหาที่ดินซึ่งเป็นกรณีพิพาทกับเอกชนเป็นปัญหาใหญ่ ของชาวเลบ้านราไวย์ทั้งชุมชน  และนักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นว่าชาวเลบ้านราไวย์ ควรยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง  เพื่อให้เกิดการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ทับชุมชนชาวเลดั้งนั้น การพิสูจน์ข้อเท็จจริง ระหว่างสิทธิชุมชนดั้งเดิมตามรัฐธรรม กับเอกสารสทธิที่ออกมาโดยมิชอบทีหลัง เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้/การสืบค้นข้อมูล/การวิเคราะห์ปัญหาและทำความเข้าใจร่วมกันของชาวเลในชุมชนอย่างรอบด้าน จึงเกิด "โครงการสืบค้นประวัติการตั้งถิ่นฐานและวิถีวัฒนธรรม เพื่อยืนยันสิทธิชุมชนดั้งเดิมและแก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ชาวเล บ้านราไวย์  อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต"