เยาวชนชาวเลบ้านหินลาด-ทับตะวันเยี่ยมชุมชนบ้านลำเลียงนำลูกจากมาปลูกเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับธนาคารหอย

ชาวเลบ้านหินลาด ชาวเลทับตะวัน และเด็กเยาวชนในชุมชนชาวเลจังหวัดพังงา ได้ทำกิจกรรมเยี่ยมชุมชนบ้านลำเลียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ชาวบ้านมีอาชีพปลูกต้นจาก โดยกิจกรรมในครั้งนี้ คณะผู้มาเยือนได้นำต้นจากมาปลูกในพื้นที่ชายเลนของชุมชนชาวเลบ้านหินลาดเพื่อความมั่นคงของหอยกัน เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของหอยกัน

วันนี้ 28 ก.ค. 60 เครือข่ายชาวเลอันดามัน มอร์แกน มอแกลน โดยมีเยาวชนชุมชนหินลาด อ.ท้ายเหมือง และชุมชนทับตะวัน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา  เดินทางมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "วิถีคนทำจาก" ณ ชุมชนลำเลียง ซึ่งเป็นพื้นที่สมาชิกเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง หรือ คปสม.จังหวัดระนอง โดยมีกำหนดการแบบง่าย ๆ คือชาวเลผู้มาเยือนลงพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์วิถีคนทำจากชุมชนลำเลียง ณ ชุมชนลำเลียง และรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ในช่วงบ่ายจะเป็นการเยี่ยมชมวิถีคนทำจาก และเก็บลูกจากเพื่อนำกลับไปปลูก หลังจากนั้นจะเป็นการสรุปบทเรียนร่วมกันเพื่อเติมเต็มความรู้จากผู้ให้และผู้รับ เพื่อให้กิจกรรมนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ได้ทั้งมิตรภาพและได้ความรู้อย่างแท้จริง

นายวิทวัส เทพสง บอกว่า พวกเราออกเดินทางแต่เช้ามืด เดินทางฝ่าสายฝนที่ตกลงมาตลอดทาง เพื่อไปที่ชุมชนลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความเป็นอยู่ติดกับคลองลำเลียง เป็นคลองน้ำเค็มปนน้ำกร่อย เป็นสายคลองที่แยกตัวจากแม่น้ำกระบุรี อยู่ติดกับชายแดนพม่า โดยในฝั่งไทยจะมีต้นจากขึ้นตลอดแนวคลอง สลับกับป่าโกงกาง ที่นี่มีวิถีการทำสวนจากครบวงจร ชาวบ้านดูแลธรรมชาย และสร้างรายได้จากธรรมชาติที่มีอยู่หล่อเลี้ยงชุมชนมานาน นี่คือคือสาเหตุหนึ่งที่เยาวชนและแกนนำชาวเล "บ้านหินลาด" และ "ทับตะวัน" จากจังหวัดพังงา ต้องการมาเรียนรู้ เพื่อนำความรู้กลับไปใช้ในการทำสวนจาก บนพื้นที่ธนาคารหอยที่ชุมชนหินลาด โดยร่วมกับเครือข่ายปรับแผนและสร้างนวัตกรรมให้เกิดความมั่นคงของธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารของชุมชนชาวเล ซึ่งที่หินลาด เป็นชุมชนที่ถูกทับ อยู่ในพื้นที่แผนพัฒนาเป็นสนามบินเอกชนที่ทางจังหวัดพังงาอนุมัติแล้วประมาณ 2 พันไร่ 

เมื่อได้เดินทางมาถึงชุมชนบ้านลำเลียง เจ้าบ้านโดย พี่กัง,พี่โอ๋ , ป้า ๆ แกนนำชุมชน ได้จัดเตรียมอาหารไว้ เหมือนรู้ใจว่ากำลังหิวกันเล็กน้อยจนเกือบจะกินทุกอย่างที่ขวางหน้า หลังจากกินอิ่มแล้ว ผู้ใหญ่บ้านชื่อ น้าหนุ่ม มากล่าวต้อนรับและเล่าถึงภาพรวมของการทำสวนจากในตำบลลำเลียง รวมถึงระบบเศรษฐกิจ รายได้ที่ได้จากต้นจาก และความรู้อื่น ๆ อีกมากมาย ผญ.หนุ่มพูดฟังง่ายเข้าใจชัด เด็ก ๆ ฟังอย่างตั้งใจ และใช้เวลาพูดไม่นานมากนัก  เมื่อทำความเข้าใจกันเรียบร้อย ทุกคนก็เปลี่ยนชุดพร้อมไปลุยดูสวนจากกันต่อ

บรรยากาศการลงลุยสวนจาก ทั้งเด็กเยาชนและผู้ใหญ่ช่วยกันมองหา ตอนนี้เราได้เดินมาถึงใกล้ ๆ กับถ้ำพระขยางค์ เพื่อจะเอาลูกจากที่แตกหน่อไปปลูกบนพื้นที่ธนาคารหอยมอแกลนหินลาด เป็นการปรับความเหมาะสมของระบบนิเวศน์ให้สมบูรณ์ขึ้น ในสวนจากมีปูดำ หน่อลูกจากที่นี่จะเป็นอาหารของลิงแสมด้วย ลูกจากที่นี่จะแก่และมีมากในช่วงหน้าหนาว หรือเดือนอ้ายและเดือนยี่ แต่ตอนนี้เป็นหน้าฝนไม่ต้องดูแลมาก ทุกคนจึงต้องเร่งกระจายกันหา โดยการหาลูกจากที่แตกหน่อที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่นี่มีลิงเยอะ ลิงมักชอบลงมาเก็บหน่อจากอ่อนกิน แต่ทั้งเด็กเยาวชนและผู้ใหญ่ได้กระจายตัวกันทั่วพื้นที่ สุดท้ายพวกเราก็ได้ลูกจากจนใส่จนเต็มถุง 

การนำลูกจากไปปลูกที่หินลาดที่ธนาคารหอยนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะใช้วิถีชีวิตเพื่อความอยู่รอด เพื่อให้ธรรมชาติได้ปรับความสมดุลย์สร้างระบบนิเวศน์ให้สมบูรณ์ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน เพราะพื้นที่ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่เสื่อมโทรมเกินจะฟื้นฟู แต่เป็นพื้นที่ที่ยังเป็นแหล่งธรรมชาติสมบูรณ์ รวมทั้งที่นี่ยังเป็นสูติแพทย์ของสัตว์น้ำนานาชนิด ที่นี่คือเนิสเซอรี่ และที่นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตของพวกมันก่อนที่จะทยานลงสู่ทะเลเพื่อดำเนินชีวิตตามวัฏจักรต่อไป

ภาพ ACE CAMERA CAPTURE MOMENT


และนี่คือหอยที่ป่าชายเลนชุมชนหินลาด จังหวัดพังงา หอยชนิดนี้เรียกว่า "หอยกัน" อาจจะเพราะรูปร่างเหมือนหู หรือเวลาหาต้องใช้วิธีการการขูดด้วยพร้าหรือมีดตัดยางเป็นเส้นๆ รสชาติจะคล้าย ๆ หอยนางรม คาวน้อยกว่า คล้ายหอยหวาน สามารถนำไปทำเป็นแกงกะทิใส่สับปะรด แกงเลียงใส่ผักพื้นบ้าน หรือจัดผัด ต้ม ก็ได้

"หอยกัน" มีอยู่ในป่าชายเลนที่ชุมชนมอแกลนหินลาดมากมาย ชาวเลที่นี่ได้เก็บมาเป็นอาหารที่มีโปรตีน เก็บมาเป็นรายได้พอเลี้ยงชีพ  และชาวเลที่นี่ ยังได้ดูแลรักษาป่าชายเลนนี้ไว้ให้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ตามระบบนิเวศน์อยู่จนทุกวันนี้ และนี่คืออีกมุมหนึ่งของชีวิตคนชายขอบ ชีวิตของคนที่อยู่ร่วมกับป่าตามวิถีธรรมชาติ ที่นี่มีประเพณี วัฒนธรรม มีบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่และได้สืบทอดเรื่องราวต่าง ๆ ต่อ ๆ กันมามากกว่า 100 ปี

ขอบคุณภาพจาก #วิทวัส เทพสง

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1928887387349698&id=100006853663463&pnref=story