ขอเชิญร่วมสมทบทุนเพื่อสร้างบ้านให้กับนางอาฮาตีย๊ะ ขุนภักดี อายุ 64 ปี เป็นคนไทยพลัดถิ่น ที่พายุพัดต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านจนพังทั้งหลัง

Indigenous tribes day 2020

ขอเชิญ สมทบทุน สร้างบ้าน ขุนภักดี คนไทยพลัดถิ่น พายุ ภัยพิบัติ ต้นไม้ใหญ่ ล้มทับ บ้านพัง มิถุนายน 2557

ขอเชิญร่วมสมทบทุนเพื่อสร้างบ้านให้กับนางอาฮาตีย๊ะ ขุนภักดี อายุ 64 ปี เป็นคนไทยพลัดถิ่น เนื่องจากเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2557 ได้มีพายุพัดเข้าอย่างรุนแรงทำให้ถูกต้นใหม้ใหญ่หักโค้นล้มทับบ้านจนพังเสียหายทั้งหลัง โดยนางฮาตีย๊ะ ขุนภักดี เป็นหญิงม่าย สามีเสียชีวิตเมื่อปลายปี 2556 เธอมีอาชีพเก็บผักริมคลอง หาหอยขาย รายได้ต่อวัน 80-100 บาท และมีโรคประจำตัวความดันต่ำ มีอาการเป็นลมอยู่ประจำ อยู่อาศัยกับลูกชายอายุ 37 ปี ที่มีอาการพิการทางสมอง ส่วนลูกชายคนเล็กอายุ 23 ปี มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างซึ่งมีรายได้ไม่แน่ บ้านของเธอหลังที่พังเสียหายอยู่ที่ ซอยไร่ใต้ ม.1 ถ.เพชรเกษม ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง (สุดถนนคอนกรีต เดินเข้าซอยทางซ้ายมือประมาณ 30 เมตร)

หลังจากบ้านเธอถูกพายุทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้มทับจนเสียหายแล้ว เธอได้ประสานของความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ แต่ยังมีความล่าช้าในการช่วยเหลือเนื่องจากเธอเป็นคนไทยพลัดถิ่นที่มีแค่กฎหมายสัญชาติฉบับที่ 5 ประกาศใช้เมื่อปี 2555 ที่รับรองสิทธิความเป็นคนไทยของเธอโดยกำเนิดแล้ว แต่เธอยังไม่ได้รับบัตรประชาชน ทำให้หน่วยงานราชการมีความล่าช้าในการเข้าให้การช่วยเหลือ

ปัจจุบันเธอและครอบครัวได้ขออาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ กัน โดยอาศัยอยู่กับบุตรชายอายุ 35 ปี มีความพิการทางสมอง ส่วนบุตรชายอีกคนทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง ได้ส่งเงินกลับมาให้เดือนละ 500-1000 บาท ทุกเดือน โดยต้องทำงานแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เจ้าหน้าที่เพราะยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทยเช่นกัน ส่วนนางอาฮาตีย๊ะ ขุนภักดี ได้หาเลี้ยงชีพด้วยการตัดยอดใบต้นจาก แล้วนำมาฉีกเป็นใบยาสูบ มีรายได้วันละ 80 บาท แต่ถ้าวันไหนฝนตกก็ไม่มีรายได้ ซึ่งเพื่อนบ้านไทยพลัดถิ่นด้วยกัน จะคอยให้ความช่วยเหลืออยู่บ้าง

ขอเชิญ สมทบทุน สร้างบ้าน ขุนภักดี คนไทยพลัดถิ่น พายุ ภัยพิบัติ ต้นไม้ใหญ่ ล้มทับ บ้านพัง มิถุนายน 2557  สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดระนอง

ความคืบหน้าเกี่ยวกับการช่วยเหลือ (วันที่ 2 กรกฏาคม 2557)

  • นางอาฮาตีย๊ะ ขุนภักดี เธอได้ติดต่อไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดระนองแล้ว เพื่อขอให้หาทางช่วยเหลือผู้พิการแล้ว
  • สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดระนอง จัดถุงยังชีพมาให้แล้ว 2 ชุด
  • มีผู้ใจดีนำของแห้งมามอบให้ประทังชีวิตจำนวนหนึ่งและได้มอบเงินสดไว้ติดตัวเพื่อหาซื้ออาหารได้สักระยะหนึ่ง
  • คุณโอ๋ พรชัย 600 บาท
  • คุณพี่นี Saisunee Areerat ตึกพิเศษ 1 โรงพยาบาลระนอง 3,000 บาท
  • คุณหมอนรเทพ 5,000 บาท
  • คุณเก๋าเต้ย 1,000 บาท
  • คุณ Nuntachaporn Suppisarnkul 2,009 บาท
  • คุณพี่ตุ้ม และ ws little และเพื่อน ๆ มอบของแห้งและข้าวสาร

การปลูกสร้างบ้านใหม่
ขณะนี้การปลูกสร้างบ้านใหม่ของเธอขนาด 4.5 x 6 เมตร ยังขาดวัสดุก่อสร้างจำนวนหนึ่ง แต่ในส่วนแรงงานก่อสร้างนั้นเพื่อสมาชิกในเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นใน พร้อมให้ความช่วยเหลือมาก่อสร้างให้ ส่วนวัสดุก่อสร้างที่ต้องการ พอประเมินได้ดังนี้

  • อิฐ 1,000 ก้อน
  • ปูน 30 กระสอบ
  • เหล็กเส้น 4 หุ้น 9 เส้น
  • เหล็กเส้น 2 หุ้น 10 เส้น
  • ทรายก่อ 5 คิว
  • หิน 2 คิว
  • กระเบื้อง 78 แผ่น

ท่านใดมีจิตเมตตาเพื่อช่วนเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สามารถแจ้งความจำนงค์มาได้ที่หน้าเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/oh.ponchai/posts/701964766536172 หรือสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นจังหวัดระนองได้ที่ 

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทสโก้ โลตัส ระนอง
ชื่อบัญชี นางรสิตา ซุ่ยยัง และ/หรือ น.ส.สุพรรณแก้ว ภักดี และ/หรือ น.ส.อาอีฉ๊ะ  แก้วนพรัตน์ 
เลขที่บัญชี  404-395252-9

ซึ่งเงินทั้งหมดจะได้นำมารวบรวมและนำไปดำเนินการก่อสร้างบ้านให้เธอจนเสร็จสมบูรณ์ต่อไป และสุดท้ายนี้ ต้องขอขอบพระคุณผู้ที่มีจิตเมตตาทุกท่าน และขอบุญกุศลที่ตั้งใจช่วยเพื่อนมนุษย์ในครั้งนี้ จงส่งผลให้ชีวิตของทุกท่านมีความสุขตลอดไปด้วยเทอญ.

เหตุการณ์นี้ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงที่เกิดจากความล่าช้าในการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกบัตรประชาชนให้คนไทยพลัดถิ่น ตามกฎหมายสัญชาติ ฉบับที่ 5 ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2555 นั้น กรณีนางอาฮาตีย๊ะ ขุนภักดี ที่ถูกภัยพิบัติธรรมชาติจากพายุทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านจนพังเสียหาย คงได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว หากเธอได้รับการทำบัตรประชาชนหลังจากกฎหมายสัญชาติ ฉบับที่ 5 ประกาศใช้ในปี 2555 และบุตรชายของเธอก็ไม่ต้องทำงานแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เจ้าหน้าที่อีกต่อไป


 

ขอขอบคุณ คุณโอ๋ พรชัย ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มในการช่วยความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นในครั้งนี้