ชาวเลวิกฤตหนัก หาปลาได้แต่ไม่มีใครซื้อ ชุมชนราไวย์แปรรูปเป็นปลาดองเค็มแลกข้าว ฝ่าวิกฤตโควิด

ชาวเลวิกฤตหนัก หาปลาได้แต่ไม่มีใครซื้อ ชุมชนราไวย์แปรรูปเป็นปลาดองเค็มแลกข้าวฝ่าวิกฤตโควิด

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 น.ส.พรสุดา ประโมงกิจ ชาวเลชุมชนแหลมตง เกาะพีพี จ.กระบี่ตกงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวเลที่อาศัยอยู่ในชุมชนแหลมตงร้อยละ 80 ในจำนวนทั้งหมด 138 คน 45 ครอบครัว กำลังขาดแคลนข้าวสาร แม้ชาวบ้านยังพอหาปลาได้แต่กลับไม่มีข้าวสารกินเพราะไม่มีรายได้ใดๆ และปลาที่หามาได้ก็ไม่รู้จะขายใคร ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวคือเป็นลูกจ้างตามเรือและรีสอร์ท โดยชาวเลเกินร้อยละ 50 ไม่มีเงินเก็บ จึงต้องติดหนี้ร้านค้าไว้ก่อน ขณะที่ทางการก็ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลืออะไรมากนัก

“ตอนแรกพวกเราคิดว่าการท่องเที่ยวดีขึ้นตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่จนสิ้นปีก็ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ชาวบ้านส่วนใหญ่เลยหันมาทำประมงกันเยอะ แต่เมื่อได้ปลามาก็ไม่มีตลาดรองรับ ถ้าขนเอามาขายบนฝั่งก็ไม่คุ้มค่าน้ำมัน ตอนนี้พวกเราเลยเป็นหนี้สินเยอะ”น.ส.พรสุดา กล่าว และว่าส่วนเด็กๆซึ่งแม้โรงเรียนจะเปิดแล้ว แต่ก็ไม่มีเงินไปโรงเรียนกันเลย แม้ที่โรงเรียนจะมีข้าวให้กิน แต่ค่าชุดนักเรียนหรือแม้กระทั่งรองเท้าและถุงเท้า พ่อแม่ก็ไม่มีเงินซื้อให้ลูกๆ

นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน กล่าวว่า ปัญหาของชาวเลเกิดจากการหารายได้ไม่ได้และทรัพยากรน้อยลง เนื่องจากคนที่ตกงานบางส่วนกลับมาก็หากินแบบล้างผลาญคือจับหมดทั้งสัตว์น้ำตัวเล็กตัวใหญ่ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปคงยิ่งลำบากอย่างถาวรแน่ ขณะที่ชาวเลเกาะสุรินทร์ อุทยานฯห้ามจับขาย ทั้งๆที่เขามีวิถีจับปลาแลกข้าวสารอาหารแห้ง สถานการณ์หนักขนาดไม่มีอะไรกิน และต้องขอแบ่งข้าวสารจากเพื่อน บางส่วนต้องพึ่งจากข้าวสารจากการบริจาคจากองค์ต่างๆเป็นหลัก

นายวิทวัสกล่าวว่า ช่วงก่อนหน้ามรสุมปีนี้ ชาวเลเกาะสุรินทร์แทบไม่มีเงินเก็บเพราะเกิดโควิดและก่อนหน้านั้น แม้ชาวบ้านบางส่วนมีบัตรประชาชน แต่ไม่สะดวกเพราะชาวบ้านไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ การรักษาพยาบาลก็ลำบากเพราะอยู่ไกล ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าคือทำให้เขาอยู่ได้คือข้าวสาร มีเรือถูกไฟไหม้ 3-4 ลำยังไม่ได้ซ่อม ไม่มีใครพูดถึงหรือช่วยเหลือเลย บ้าน 95 หลัง ชาวบ้าน 360 คน ที่จริงอบต.และอุทยานฯพร้อมช่วยเพื่อให้ได้เลขที่บ้าน แต่ชาวบ้านบางส่วนเป็นบัตรเลขศูนย์ ไม่ได้รับการช่วยเหลือ

“ชาวบ้านไม่สามารถสื่อสารออกมาได้ ถ้ากฎหมายไม่ไปครอบเขา ให้เขาได้หากินตามวิถีใช้เครื่องมือประมง 7 ชนิดที่ตกลงกันไว้ ผมเชื่อว่าเขาอยู่กันได้”นายวิทวัส กล่าว

นายสนิท แซ่ชั่ว ชาวเลชุมชนราไวย์ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์ของชาวเลยังลำบากเพราะไม่มีรายได้และปลาที่หามาได้ก็ขายไม่ได้ ตอนนี้จึงพยายามทำโครงการข้าวแลกปลาโดยการนำปลามาแปรรูป เช่น ตากแห้ง ทำปลาดองเค็ม แต่ก็ไม่มีตลาดที่แลกเปลี่ยนมากนัก หากใครต้องการสามารถติดต่อมาที่ชาวเลชุมชนราไวย์ได้ และตอนนี้กำลังขยายผลไปยังชาวเลเกาะพีพีเพราะที่นั่นชาวเลก็ลำบากมากเนื่องจากพึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยว เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวชาวบ้านก็ต้องหันมาจับปลา แต่ก็ไม่มีที่ขายเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องพยายามหาปลาเพื่อแลกข้าว

เมื่อถามถึงโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ของรัฐบาลส่งผลดีกับชาวเลบ้างหรือไม่ นายสนิทกล่าวว่าไม่เลย เพราะวิธีการดังกล่าวมุ่งไปยังธุรกิจขนาดใหญ่โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติไปพักตามโรงแรมที่ได้มาตรฐานการท่องเที่ยว ขณะที่ชุมชนชาวเลนั้น นักท่องเที่ยวที่สนใจคือผู้ที่อยากท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชน

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ควรกระจายนักท่องเที่ยวด้วย วันนี้บริเวณหาดราไวแม้ยังมีแผงขายปลาสด เงียบเหงา ขายได้แต่นักท่องเที่ยวในจังหวัด ไม่มีต่างชาติเลย แม้ตอนนี้ภายในชุมชนราไวย์ส่วนใหญ่ชาวเลได้ฉีดวัคซีนคนละ 2 เข็มแล้วก็ตาม แต่ที่เรากลัวคือหากเกิดการระบาดระลอก 4 ซึ่งไม่รู้ว่าเชื้อโรคจะกลายพันธุ์ไปอย่างไรบ้าง หากมีชาวเลติดสักคนคงตายกันหมดเพราะพวกเราอยู่กันอย่างแออัด”นายสนิท กล่าว

...

ข้อมูลจาก : https://transbordernews.in.th/home/?p=28022&fbclid=IwAR3NwjcPmY_hB1VTmUKrSvtlgG9vDfvgcH-f84MxeRWTrP7dvwR4t1iHmkI