สัมมนาเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) วิเคราะห์และแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อเสนอต่อรัฐบาล

สัมมนาเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ร่วมกันวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันและข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐและข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายผ่ายคณะอนุกรรมการฯที่แต่งตั้งโดยรองนายกรัฐมนตรี

การประชุมได้เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยผู้เข้าร่วม 100 กว่าคน ได้เตรียมความพร้อมในการประชุม เช่น การตรวจสอบสัญญาณ internet การเตรียมข้อมูลในการนำเสนอ และได้มีการรายงานตัวของผู้เข้าประชุมเป็นรายพื้นที่ของผู้ที่ sign in การประชุม online ผ่านระบบ zoom

หลังจากนั้น นายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท ได้กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงในการสัมมนาในครั้งนี้ว่า 1.พวกเราไม่ได้รู้สถานการณ์ในพื้นที่ของกันและกันในช่วงนี้ บางพื้นที่เจอปัญหาวิกฤตทั้งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และวิกฤตโควิด-19 ก็ไม่มีใครรู้ เพราะพวกเราไม่ค่อยได้รายงานในไลน์ให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้กัน จึงอยากให้ทุกคนได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของพื้นที่ตัวเองให้ได้รับรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 2.สถานการณ์นโยบายการแก้ปัญหาของรัฐบาลในปัจจุบันนี้ บางพื้นที่มีปัญหาเพิ่มขึ้น บางพื้นที่ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา ถึงแม้ที่ผ่านมาทีมอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ก็ได้เจรจากับรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อผู้ที่เจรจากับรัฐบาลไม่รู้ความคืบหน้าในพื้นที่ก็ทำให้การสื่อสารได้ไม่ครบทุกเรื่อง ฉะนั้นการประชุมวันนี้ วัตถุประสงค์หนึ่งก็คือเราจะมารับรู้สถานการณ์ของแต่ละพื้นที่เพื่อหาแนวทางข้อเสนอต่าง ๆ มารวบรวมและเสนอต่อรัฐบาลต่อไป ดังนั้น วันนี้จะขอให้ทุกคนอยู่ร่วมประชุมกันทุกคนจนจบการประชุมเพื่อจะได้รับรู้ปัญหาของเพื่อน ๆ ด้วย ซึ่งปัญหาบางอย่าง พวกเราก็สามารถช่วยเหลือกันได้ภายในเครือข่าย ปัญหาบางอย่างต้องเสนอต่อรัฐบาล และสิ่งที่สำคัญในการสื่อสารของพวกเรา คือการใช้ไลน์ คปสม. โดยเรามีสมาชิกอยู่ 200 กว่าคน เราทุกคนสามารถใช้ไลน์นี้เพื่อเป็นห้องเรียนรู้ร่วมกัน สื่อสารร่วมกันได้ทุกเรื่อง และวันนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขในการประชุมตลอดทั้งวันนี้ครับ

ในการประชุมวันนี้ ได้มี นางปรีดา คงแป้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ได้ให้กำลังใจเครือข่าย โดยได้กล่าวให้กำลังใจชาวบ้านว่า การที่เราได้มาเจอกันนั้นไม่ธรรมดา เพราะเรามีบุญร่วมกัน และในช่วงนี้อยากให้ทุกคนได้นึกถึงว่ายังมีหลายคนไม่มีเครือข่าย พอมีปัญหาก็ไม่รู้จะปรึกษาหารือกับใคร จึงอยากให้ทุกคนรักษาเครือข่ายนี้ไว้ รักษาความสัมพันธ์ คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ร่วมกัน เพราะการมีเพื่อนมีเครือข่ายมีความสำคัญในการปรึกษาหารือร่วมกัน ดูแลซึ่งกันและกัน และช่วยกันคิดสร้างสรรค์สังคมให้ดีงาม และที่สำคัญพวกเราได้เป็นจิตอาสากันหลายคน และมูลนิธิชุมชนไท ก็เป็นองค์กรที่เสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง เพราะการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตัวชี้ขาดอยู่ที่ความเข้มแข็งของชุมชน และเป็นแนวทางของมูลนิธิชุมชนไทที่ยังยืนหยัดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เป็นช่วงที่ทุกคนมีความยากลำบาก ขอให้ทุกคนอดทน ร่วมกันหาทางออก และขณะนี้พวกเราก็รวมตัวกันเป็นตาข่ายของสังคม และขอให้พวกเราเป็นอย่างนี้ต่อไป เพื่อช่วยเหลือกัน ดูแลกัน และปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันก็ยังมีเกิดขึ้นหลายอย่างเป็นปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤต และที่สำคัญคือปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่พวกเราส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ แต่ถ้าเราร่วมกันก็จะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ เช่น เครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นที่เป็นคนที่ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็สามารถที่ยืนหยัดต่อสู้กันมาได้จนถึงปัจจุบัน เป็นต้น จึงขอให้พวกเราไม่ยอมแพ้ และยืนหยัดไปด้วยกัน และวันนี้ขอให้กำลังใจทุกคนที่จะสร้างสรรค์สังคมไปด้วยกันค่ะ

สรุปการสัมมนาของเครือข่าย

1. สถานการณ์เฉพาะหน้า คือเรื่องสถานการณ์โควิด โดย คปสม.ของเรามีทั้งพื้นที่เขียว เหลือง แดง และแดงเข้ม ซึ่งมีหลายพื้นที่ที่ได้ร่วมมือกันรับมือกับสถานการณ์ร่วมกัน ทั้งการต้มยาสมุนไพร การตั้งครัวกลางในการแจกให้กับสมาชิก เป็นต้น

2. สถานการณ์ที่ต้องผลักดันต่อไป เช่น กรณีปัญหาที่ดิน ปัญหาคดี ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ สปก. เป็นต้น โดยจะต้องมีการนำประเด็นของตนเองในพื้นที่มาเขียนให้ชัดเจนและมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา และผลักดันให้เกิดการดำเนินการตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงระดับนบาย แนวทางการทำงานของ คปสม. ซึ่งการแก้ไขปัญหาทุกปัญหาได้มีกลไกเป็นอนุกรรมการฯที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลอยู่แล้ว เนื่องจากในสถานการณ์โควิด จึงไม่มีการขับเคลื่อนในระดับอนุกรรมการและนโยบาย และต้องมีการพัฒนาระบบการสื่อสารของ คปสม. ที่ยังมีการสื่อสารกันน้อยมาก ทั้งสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้งเรื่องเร่งด่วนและไม่เร่งด่วน สถานการณ์ผลกระทบจากโควิด สถานการณ์การถูกดำเนินคดี เป็นต้น โดยประเด็นของแต่ละพื้นที่ หากมีประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจนในด้านข้อมูล ทางชุมชนก็จะต้องมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา และจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร ความคืบหน้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนด้วย เพราะทางราชการจะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามระบบของราชการและตามคำสั่ง อยู่ตลอดเวลา

สรุปผลและวางแผนแนวทางในการขับเคลื่อน

  1. คปสม. จะรับรองเครือข่ายองค์กรกรณีปัญหาที่ได้มาร่วมกันแลกเปลี่ยนกันเป็นสมาชิก
  2. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การสร้างสังคมใหม่ ทุกคนต้องร่วมกัน โดยมูลนิธิชุมชนไท ไม่สามารถทำแทนได้ ทำได้แค่เพียงเป็นหน่วยประสานสนับสนุนให้กับพี่น้อง เพราะฉะนั้น คปสม. จะต้อง 1.ใช้ไลน์ คปสม. ให้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 2.สถานการณ์โควิด ให้มีการเสนอว่าจะต้องให้ช่วยเหลืออะไร 3.เราต้องใช้ไลน์ในการเรียนรู้และรับมือสถานการณ์โควิดไปด้วยกัน เราต้องไม่รอให้คนอื่นเข้ามาช่วยเหลือ แต่เราจะต้องตั้งทีมลุกขึ้นมาทำ มาแก้ปัญหากันก่อน ชุมชนต้องเริ่มต้นก่อน หลังจากนั้นถ้าเรามีการสื่อสารออกไป ก็อาจจะมีคนข้างนอกให้ความช่วยเหลือเราได้
  3. งานพัฒนาต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มูลนิธิชุมชนไทดำเนินการอยู่นั้น ไม่ได้ทำงานพัฒนาในทุกพื้นที่ โดยงานหลัก ๆ ที่ดำเนินการ คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยพลัดถิ่น การพัฒนาชีวิตชาวเล การแก้ไขปัญหาที่ดินของคนจนเมือง และเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในชุมชน  โดยหากว่ามีประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องการให้มูลนิธิชุมชนไทช่วย ก็ให้มีการสื่อสารมาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถ้าหากพวกเราไม่บอก ไม่พูด ไม่แสดงตัว ไม่เข้าร่วม ไม่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาตัวเอง มูลนิธิชุมชนไท ก็จะเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนไม่ถูกทาง เพราะฉะนั้นพวกเราต้องนำเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนหรือเครือข่ายตัวเองมาให้รับรู้กันในไลน์ คปสม. ด้วย

ผลที่เกิดจากการสัมมนา คือ การประชุมของเครือข่าย คปสม. โดยเป็นการประชุมผ่านระบบ zoom online จะเห็นได้ว่า 100 กว่าคนที่เข้าร่วมได้มีการเข้าใจถึงเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันของสมาชิก คปสม.เป็นได้อย่างราบรื่น และประเด็นการนำเสนอ จะเห็นถึงการพัฒนาศักยภาพของชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุม โดยทุกพื้นที่จะมีทั้งแกนนำและชาวบ้าน ได้ช่วยกันนำเสนอสถานการณ์ในพื้นที่ของตนเองด้วยความเข้าใจ ทั้งสถานการณ์ปัญหาพื้นฐานเดิม การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา และได้มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ สามารถแลกเปลี่ยนร่วมกับผู้เข้าร่วมประชุมได้ รวมไปจนถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ชาวบ้านจะมีการติดตาม และช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในชุมชนอย่างใกล้ชิด ที่ทำให้เห็นถึงพลังและความร่วมมือกันของคนในชุมชนอีกมุมหนึ่ง ในส่วนของผู้เข้าร่วม ได้ให้ความสนใจการนำเสนอข้อมูลประเด็นต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ประเด็นของตนเองมากขึ้น โดยสังเกตจากการประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงการปิดประชุม จะมีจำนวนผู้เข้าร่วมอยู่ในที่ประชุมครบทุกคน ทำให้เห็นถึงการพัฒนาความเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งขึ้นในอนาคตต่อไป และพบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเสนอข้อมูลจากตัวแทนชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุมจากทุกกลุ่มเครือข่าย โดยมีจะการให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากองค์กรพี่เลี้ยงและตัวแทนของพีมูฟน้อยกว่า ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้า การพัฒนาของชาวบ้านที่กล้าในการนำเสนอข้อมูลและมีความเข้าใจต่อข้อมูลของตนเองได้เป็นอย่างดีมากขึ้นกว่าเวทีอื่น ๆ ทุกครั้งที่ผ่านมา ที่ชาวบ้านจะเป็นผู้รับฟังมากกว่าเป็นผู้นำเสนอข้อมูล

#มูลนิธิชุมชนไท #คปสม #EULandright #ที่ดินคือชีวิต