30 years old Chumchonthai Foundation

Renovate พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2550 และถอดบทเรียน 17 ปีสึนามิ สานต่อความปลอดภัย โดยทบทวน พ.ร.บ. ให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น ทันต่อสถานการณ์ในการรับมือภัยพิบัติ

Renovate พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2550 และถอดบทเรียน 17 ปีสึนามิ สานต่อความปลอดภัย โดยทบทวน พ.ร.บ. ให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น ทันต่อสถานการณ์ในการรับมือภัยพิบัติ

ร่วมเข้าสื่อเสนอกฎหมาย เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2550 ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ภัยพิบัติและสาธารณภัยที่เกิดขึ้นได้

สามารถเข้าชื่อสนับสนุนเสนอกฎหมายได้ที่
https://www.chumchonthai.or.th/node/715

เนื่องในวาระ 17 ปี ของการเกิดสึนามิในประเทศไทย และจากเหตุการณ์นั้น ทำให้เกิด พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2550 ขึ้น ซึ่งในปัจจุบันได้ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว การเกิดภัยพิบัติไม่ได้เหมือนเดิม เช่น เกิดขึ้นบ่อย เกิดขึ้นรุนแรงขึ้น เป็นต้น แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติ หรือก่อนเกิดภัยพิบัติ ประชาชนจะทำอย่างไร จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีหน่วยงานหลักเข้ามาส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนและมีหน่วยงานหลักที่เข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อภัยมา

16 ธ.ค. 2564 เครือข่ายภัยพิบบัติชุมชน มูลนิธิชุมชนไท สมาคมประชาสังคมพังงาแห่งความสุข โดยการสนับสนุน ของสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมมือกับ ศูนย์สื่อสารภัยพิบัติ ไทยพีบีเอส  และได้เชิญนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีจิตอาสาฯ ต่าง ๆ ที่มีความรู้เกี่ยวภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้มาช่วยกันเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น และร่วมกันคิดแนวทางในการทำให้ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียทรัพย์สินและชีวิต

เหตุผลของการปรับปรุง พ.ร.บ. เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบังคับใช้มาเป็นเวลานาน บทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน และประชาชนทั่วไป ในการจัดการกับภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ภัยพิบัติและสาธารณภัยที่เกิดขึ้นได้ 

นอกจากนั้น ยังพบว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น การดำเนินงานตามกฎหมายเดิมยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น 

1. ผู้ประสบภัยที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ไม่มีบัตรประชาชนไท หรือผู้เช่าบ้านอยู่ ในท้องถิ่นที่ประสบภัย จะมีข้อจำกัดหรืออาจไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ ทั้งถุงยังชีพ และการเยียวยาจากรัฐ

2. เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม ท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ไม่มีเรือหรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือประชาชน และไม่มีการส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชนในการเตรียมการรับมือภัยพิบัติ  รวมทั้งหน่วยงานในท้องถิ่นด้วย ที่จะช่วยเหลือหรือจัดการกับภัยพิบัติได้ทันท่วงที จึงทำให้ประชาชนต้องประสบกับความสูญเสียทรัพย์สิน ชีวิต และหลังจากเกิดภัยพิบัติ ประชาชนก็จะประสบกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต อยู่ตลอดทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติขึ้น

3.ท้องถิ่นไม่สามารถประกาศเขตภัยพิบัติในท้องถิ่นได้ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที โดยต้องรอให้จังหวัดประกาศภัยพิบัติก่อน ถึงจะเข้าระงับยับยังภัยพิบัติในพื้นที่ตนเองและดูแลประชาชนได้ แต่ก็อาจจะช้าเกินไปสำหรับผู้ประสบภัย 

4. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไม่มีบทบาทที่ชัดเจนในการส่งเสริมชุมชน ท้องถิ่น ในการเตรียมพร้อมป้องกันภัยพิบัติ 

ฯลฯ

สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... 
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “สาธารณภัย” โดยให้หมายความรวมถึง การกัดเซาะชายฝั่ง เนื่องจากการกัดเซาะชายฝั่งเป็นภัยพิบัติอีกประเภทซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน หรือทรัพย์สินของรัฐ
(๒) เพิ่มบทนิยามคำว่า “ผู้ประสบภัย” ให้หมายถึง ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากสาธารณภัย และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งยังไม่มีสัญชาติไทยหรือบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ได้รับการรับรองตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
(๓) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กปภ.ช. โดยให้ผู้มีความรู้หรือมความเชี่ยวชาญในด้านการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน และการส่งเสริมชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ เข้ามาเป็นกรรมการ
(๔) แก้ไขเพิ่มเติมให้คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กปภ.ช. มีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการทางการเงิน การคลัง หรือมาตรการอื่นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ การดูแล เยียวยาผู้ประสบภัย
(๕) แก้ไขเพิ่มเติมให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีอำนาจหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ ประสานการปฏิบัติ ให้การสนับสนุนช่วยเหลือชุมชน องค์กรชุมชน ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและให้การสงเคราะห์เบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย ผู้ได้รับภยันตราย หรือผู้ได้รับความเสียหายจากสาธารณภัย
(๖) แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ในการประกาศเขตภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ทันท่วงที
(๗) กำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กปภ.จ. โดยเพิ่มเติมให้มีกรรมการจากผู้แทนชุมชน หรือผู้แทนองค์กรชุมชน และให้ กปภ.จ. มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เสนอแนะต่อผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เกี่ยกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดหรือพื้นที่ใกล้เคียง ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัด และปฏิบัติการอื่นตามที่ กปภ.ช. มอบหมาย
(๘) กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่มีหน้าที่ในการจัดการภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตท้องถิ่นของตน จัดทำแผนจัดการภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศเขตภัยพิบัติในเขตท้องถิ่นของตน จัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝึกอบรม เตรียมความพร้อมเจ้าพนักงาน อาสาสมัครและประชาชนในเขตท้องถิ่นเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งเสริมชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือปฏิบัติการอื่นใดตามที่ผู้อำนวยการจังหวัดและผู้อำนวยการอำเภอมอบหมาย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้อำนวยการท้องถิ่นมีปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการท้องถิ่น และมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
(๙) แก้ไขเพิ่มเติมในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่มีอำนาจประกาศเป็นเขตภัยพิบัติและมีหน้าที่เข้าดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะกรรมการที่มีหน้าที่จัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร โดยให้มีผู้แทนชุมชน ผู้แทนองค์กรชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร เข้ามาเป็นกรรมการ
(๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมกรณีที่มีอาสาสมัครสาธารณสุข อาสาสมัครภัยพิบัติชุมชน หรือบุคคลใดเข้าร่วมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามที่ผู้อำนวยการจังหวัด ผู้อำนวยการอำเภอ หรือผู้อำนวยการท้องถิ่นมีคำสั่งมอบหมาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับอาสาสมัครในพื้นที่
(๑๒) กำหนดให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมีหน้าที่และอำนาจในการสนับสนุนส่งเสริมชุมชนในการเตรียมความพร้อมการจัดการภัยพิบัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย